พอเห็นเจียงตั่วหน้าแดงระเรื่อชัดเจน หมิงจูก็หัวเราะคิกคัก ทำไมผู้ชายคนนี้แกล้งง่ายขนาดนี้!
“ไม่ใช่ขอให้กินเต้าหู้ฉันเสียหน่อย แต่ให้กินเต้าหู้ที่ฉันทำ คุณคิดอะไรอยู่คะเนี่ย”
เจียงตั่วกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่ออ้าปาก หมิงจูก็ยัดเต้าหู้เข้าปากเขาไปหนึ่งคำ
หลังจากเขากินมันไปแล้ว คิ้วของเขาก็คลายออกจากกัน
หมิงจูจ้องเขาตาไม่กะพริบแล้วถามว่า “เป็นยังไงบ้าง?”
เจียงตั่วพยักหน้า พร้อมสรุปสั้นๆ สามคำว่า “อร่อยมาก!”
เป็นคำตอบที่เดาได้ไม่ยาก หมิงจูยิ้มร่าแล้วพูดว่า “ถ้างั้นต้องขายได้ราคาดีแน่เลย ไปกันเถอะ!”
ถนนหนทางในชนบทนั้นไม่สะดวก เต้าหู้ก็ไม่ทนต่อการกระแทก เจียงตั่วจึงมัดผ้าห่มไว้ที่เบาะหลังจักรยาน และมัดไม้ท่อนหนาสองอันพาดเฉียงทั้งสองข้างของจักรยาน เพื่อเป็นโครงรองรับเต้าหู้ไว้
หมิงจูมองดูพลางชื่นชมในใจว่าเขาสามารถคิดวิธีป้องกันการสั่นสะเทือนแบบนี้ได้ ผู้กองเจียงฉลาดใช้ได้เลยนะ!
หลังจากมัดเต้าหู้เสร็จ เจียงตั่วก็มัดไม้กระดานอันหนึ่งไว้ที่คานด้านหน้า
เขานั่งคร่อมอยู่บนเบาะจักรยาน เสียงของเขาแฝงไปด้วยความรู้สึกประหม่า “คุณต้องนั่งข้างหน้านะ”
หมิงจูหัวเราะเบาๆ นั่งข้างหน้าก็นั่งข้างหน้าสิ เขาจะหน้าแดงทำไม?
ผู้ชายที่บริสุทธิ์และละเอียดอ่อนแบบนี้ อย่าว่าแต่ในยุคหลัง