แคว้นเจียงซีแห่งสุขาวดี รากเต๋าเหล่านี้กลับถือเป็นสมบัติของนิกาย
ฝูหลงตายหรือ?
ก็แค่…เปลี่ยนคนใหม่มาสืบทอดอารามฝูหลงเท่านั้นเอง
ถึงขั้นที่แม้แต่พระโพธิสัตว์แห่งสุขาวดียังทรงเอ่ยปากด้วยตนเอง บอกว่าเจ้าอะไรนั่น…กว่างหมิง น่ะก็ดูใช้ได้ ไม่นานมานี้เขายังมีผลงานในศึกชิงวิถีอยู่ไม่น้อย เช่นนั้นก็ให้เขารับช่วงต่อไปเถิด
เจ้าลองฟังดูสิ ยังเป็นคำพูดของมนุษย์อยู่อีกหรือไม่!?
เมื่ออรหันต์ฝูหลงได้ยินข่าวนี้เข้า กายทองคำแทบปริแตกด้วยโทสะ แต่เขาทำอะไรไม่ได้เลย…แม้แต่จะกลับไปฆ่ากว่างหมิงก็ยังไม่ได้!
ก็ในเมื่อเป็นพระโพธิสัตว์ชี้เลือกด้วยตนเอง
หากเขายอมรับชะตากรรมโดยสงบ หลังตายกลายเป็นหมาแม้แต่สิบชาติ สิบภพ ก็ยังพอใช้เวรกรรมให้หมดได้…วันหนึ่งอาจได้กลับเป็นมนุษย์อีกครั้ง แล้วค่อยสืบต่อหนทางแห่งเต๋า
แต่ถ้าไปขัดพระโพธิสัตว์เข้า?
เช่นนั้น…แม้จะผ่านไปพันชาติหมื่นภพ เวรกรรมนี้ก็ไม่มีวันล้างหมด!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จะให้ประเมินว่าเพลิงแค้นในใจของอรหันต์ฝูหลงนั้นหนักหนาเพียงใด ก็คงไม่ต้องเอ่ยอีก
เขาไม่กล้าเคียดแค้นต่อสุขาวดี
ไม่กล้าโทษโกรธนิกายปฐมศักดิ์สิทธิ์
จึงทำได้เพียง…ทุ่มความแค้นทั้งหมดไปที่ลวี่หยางเพียงผู้เดียว
ถึงขั้นอยากฉีกเนื้อเขากินทั้งเป็น!
“ในเมื่อตอนนี้เหลือทางเท่านี้…เราควรทำอย่างไร?”
อรหันต์ฝูหลงพึมพำเสียงต่ำ
ขณะนั้นเอง แสงเงารูปร่างหนึ่งพลันปรากฏข้างกายเขา
“จะให้ทำอย่างไรได้อีก? ตอนนี้เจ้าทำไ