ต่จะก้าวออกจากประตู!
เพียงแค่ระดับวางรากฐานหนึ่งระดับ เวลากว่าร้อยปีก็ล่วงผ่านไป!
อายุขัยของผู้ฝึกตนวางรากฐานหนึ่งชาติ มีเพียงสามร้อยปีเท่านั้น เพียงช่วงต้นก็สิ้นเปลืองไปกว่าร้อยปีแล้ว จะให้ประเมินความล้ำค่าของเวลาได้เช่นไร? การฝึกบำเพ็ญเปรียบได้ดั่งการแย่งชิงลมหายใจ ต้องเร่งให้ทันทุกพริบตา
แต่แล้วกลับมีผู้หนึ่ง ไม่แยแสการบำเพ็ญแม้แต่น้อย
ยังคงอยู่ในนิกายศักดิ์สิทธิ์ไม่ก้าวออกแม้ครึ่งก้าว!
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา อรหันต์ฝูหลงไม่รู้ว่าลองกลอุบายไปกี่อย่างแล้ว
ยั่วให้โกรธ เย้ยหยัน ใส่ร้ายป้ายสี ทุกกลวิธีที่มี เขาล้วนใช้หมด
แต่ลวี่หยางกลับมั่นคงดั่งขุนเขา ไม่ขยับแม้แต่ปลายกระพริบตา ทำเอาอรหันต์ฝูหลงได้แต่เก็บกดความโกรธกลับมาฟาดฟันกับหน้าผานี้
“เจ้าขี้ขลาดสันดานเต่า…”
คิดถึงตรงนี้ อรหันต์ฝูหลงก็หันกลับไปมองทางสุขาวดีอีกครั้ง ความขุ่นเคืองในอกพลุ่งพล่านขึ้นมาอีกระลอก
ยามนี้…สุขาวดีได้ตัดเขาทิ้งไปแล้ว
เพราะพลังบุญของเขาสิ้นสูญ อายุขัยใกล้หมด
ในสายตาของสุขาวดี เขาไม่มีคุณประโยชน์อีกต่อไป
สำหรับ “ดินบนยอดเมือง” แล้ว แก่นแท้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเขา…แต่อยู่ที่ รากแห่งเต๋า ของเขา อารามฝูหลง นั่นต่างหาก และนี่เองคือข้อได้เปรียบสูงสุดของสุขาวดีเซิ่นเล่อ
อารามฝูหลง…สามารถเปลี่ยนเจ้าของได้!
ผู้ฝึกตนสายหลอมกายจนบินขึ้นสวรรค์ รากเต๋าจะมีเพียงหนึ่งเดียว ใครเป็นเจ้าของก็ผูกติดกับผู้นั้นโดยสมบูรณ์ แต่สำหรับเขต