หมิงจูรู้สึกร้อนตัวเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ในยุคนี้ การปั๊มหัวใจยังไม่เป็นที่แพร่หลาย หากเธอพูดมากไป ย่อมทำให้ผู้คนสงสัย
เมื่อเห็นว่า โจวชางหมิงและเจียงตั่วต่างก็จ้องมองที่เธอ หมิงจูจึงตอบด้วยไหวพริบแก้ปัญหาเฉพาะหน้า “ตอนที่คุณย่ายังมีชีวิตอยู่ท่านเคยสอนฉันมาบ้างค่ะ… ฉันคลับคล้ายคลับคลาว่าท่านเคยบอกวิธีช่วยคนที่หมดลมหายใจจากการผูกคอ ว่าต้องให้คนไข้นอนราบ แล้วกดหน้าอกสลับกับปล่อยขึ้น ทั้งยังสามารถใช้หลอดกกเป่าลมเข้าไปในลำคอได้ด้วย แม่เฒ่าคนนั้นหมดสติไปกะทันหัน ฉันเลยลองทำดู ไม่คิดเลยค่ะว่าจะได้ผลจริงๆ”
เจียงตั่วเห็นหมิงจูพูดไปทำท่าทางประกอบไป เขาก็นึกถึงครอบครัวของเธอ จึงหันไปพูดกับโจวชางหมิงว่า “คุณย่าของเธอเคยเป็นพยาบาลสนามรบครับ”
โจวชางหมิงพยักหน้าเข้าใจถ่องแท้ “วิธีที่คุณย่าของเธอใช้ คงจะเป็นการรักษาที่บันทึกไว้ในตำรา “หลักการรักษาจากหีบทองคำ” [*] ของจางจ้งจิ่ง [**] ที่ว่า ‘ผู้เสียชีวิตจากการผูกคอ ให้วางนอนหงาย กดหน้าอกสลับกันไปมา หนึ่งคนใช้มือกดทับหน้าอกแล้วทำการเคลื่อนไหวหลายครั้ง’ นอกจากนี้ยังมีบันทึกในตำรา “เวชศาสตร์ฉุกเฉิน” [***] ของเก๋อหง ที่บันทึกว่า ‘ปิดรูจมูกทั้งสองข้าง ใช้หลอดกกสอดเข้าไปในปากจนถึงลำคอ แล้วเป่าลมเข้าไป’ ดูเหมือนคุณย่าของเธอจะอ่านออกเขียนได้และเคยเรียนแ