หมิงจูถึงกับอึ้งไป เธอรู้ดีว่าในยุคปัจจุบัน เธอสามารถแบกแม้กระทั่งศพได้ แต่ตอนนี้…
ที่สำคัญคือเธอเพิ่งอาละวาดใส่เขาไปหยกๆ แต่ตอนนี้กลับไปจูบแขนเขาซะงั้น! จะไม่เขินได้หรือไง?!
เจียงตั่วสังเกตเห็นท่าทางกระอักกระอ่วนของหญิงสาว เขาถอยห่างไปเงียบๆ ก้าวหนึ่ง รักษาระยะห่างระหว่างทั้งสอง แล้วลูบแขนตรงที่ริมฝีปากนุ่มเพิ่งสัมผัสลงไป
ความรู้สึกตอนนี้คือจั๊กจี้ไปหมด
หมิงจูไอกลบเกลื่อน แสร้งทำเป็นพูดอย่างใจเย็นว่า “ฉันกลับก่อนนะคะ”
เธออุ้มตำราที่หนักอึ้ง พยายามยกมันขึ้น แล้วหันหลังเดินไป
เจียงตั่วนึกถึงภาพเธอที่แบกตะกร้าไม่ได้และตักน้ำไม่ไหวเมื่อสองวันก่อน เขาเดินเข้าไปหยิบตำราจากอ้อมแขนเธออีกครั้ง แล้วพูดว่า “ฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน”
คำพูดของเขาหนักแน่น ไม่มีช่องว่างให้โต้แย้ง
เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว ใบหน้าที่เคยบูดบึ้งของหมิงจูก็เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกครั้ง
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น ข้อดีของเจียงตั่วที่ไม่โต้เถียงและช่วยเหลือเธอแบบนี้ ดีมากจริงๆ!
เพื่อที่จะทำลายความอึดอัดใจในขณะนี้ เธอจึงวิ่งเหยาะๆ ตามเขาไปแล้วถามว่า “คุณช่วยเดินช้าลงหน่อยจะเป็นเรื่องที่ผิดกหมายหรือเปล่าคะ?”
เธอหันใบหน้าเล็กๆ ไปหาคนด้านข้าง แล้วทำปากยื่น ท่าทางไร้เดียงสา