หมิงจูไม่ชอบกังวลเรื่องอนาคต เธอจึงหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อ
ทั้งสองกลับบ้านพร้อมข้าวของเต็มไม้เต็มมือ และมาขึ้นรถโดยสารกลับที่เขตตลาดตอนหกโมงเย็น
ตอนขามาก็ว่าแน่นอยู่แล้ว ไม่คิดว่าตอนขากลับจะแน่นยิ่งกว่า
รถบัสซึ่งมีที่นั่งสิบกว่าที่นั่ง แต่คนที่เบียดเสียดกันมีถึงสี่สิบกว่าคน
พวกเขามาถึงเร็ว เดิมทีก็ได้ที่นั่งแล้ว แต่เจียงตั่วเป็นคนใจดี เขาสละที่นั่งให้คุณตาวัยห้าสิบกว่าคนหนึ่ง
หมิงจูคิดว่าคนที่เคร่งครัดเรื่องระเบียบวินัยเช่นนี้ จะต้องเรียกร้องให้คู่ชีวิตของตัวเองมีศีลธรรมอันดีงามด้วยเป็นแน่ แต่ไม่คิดเลยว่าเจียงตั่วเพียงแค่ยืนอยู่ข้างๆ ไม่ได้ขอให้เธอเรียนรู้เรื่องการสละที่นั่งตามเขาแต่อย่างใด
จุดนี้ถือว่าดีมาก ผู้ชายคนนี้มีความเข้าใจในขอบเขต ไม่บังคับคนอื่นทำในสิ่งที่ตนคิดว่าควรทำ
รถแล่นไปบนถนนที่ขรุขระ ผู้คนในรถโยกไปโยกมาจนยืนไม่มั่นคง
เจียงตั่วจับพนักพิงที่นั่งของหมิงจูด้วยมือข้างหนึ่ง และจับเบาะที่นั่งด้านหน้าของเธอด้วยมืออีกข้างหนึ่ง เหมือนโอบกอดเธอไว้แน่น ไม่ให้ใครเข้ามาใกล้ได้
เมื่อมองไปที่กล้ามเนื้อแขนอันแข็งแกร่งราวกับหินผาของเขา หมิงจูก็รู้สึกว่าความคิดในหัวของเธอเริ่มไปไกล เธอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ตอนที่เขากอดเอวเธอไว้…
เธอรีบสลัดภาพในหัวออกไป แล้วหัน