เจียงหรงหน้าแดงก่ำด้วยความกระดากอาย พยายามดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุมของหมิงจู ไม่คิดเลยว่าหมิงจูที่ตัวเล็กจะมีแรงมากขนาดนี้
เสียงของเธอฟังดูตื่นตระหนกและตะกุกตะกักจนผิดสังเกต “แก…แก…แกอย่าพูดอะไรเหลวไหล แขนฉันเจ็บมาทั้งบ่ายเพราะแกทำร้าย เมื่อกี้แกต้องทำอะไรกับฉันแน่!”
เธอเจ็บจริงมาทั้งบ่าย ไม่ได้แกล้งทำเลยนะ!
“เหอะ คนมองอยู่เยอะแยะ ยังจะพูดจาเพ้อเจ้อไม่จบเรื่องอีกเหรอคะ?” หมิงจูหัวเราะเยาะ ก่อนจะหันไปมองหมิงต้าโหย่ว “หัวหน้าหมู่บ้าน คนไร้เหตุผลพวกนี้ หนูไม่มีอะไรจะพูดด้วยแล้วค่ะ แต่คุณไม่คิดจะพูดอะไรหน่อยหรือคะ?”
หมิงต้าโหย่วรู้สึกขุ่นเคือง ปกติเจียงหรงเป็นคนฉลาดหลักแหลม แต่ทำไมพอเห็นเงินแล้วถึงได้กลายเป็นคนที่โง่ได้ขนาดนี้!
เรื่องที่ควรจะได้เปรียบทั้งเวลาและสถานที่ กลับกลายเป็นเรื่องเสียชื่อเสียงไปซะได้!
เขาเคาะกล้องยาสูบในมือที่ขอบแท่นเตาอิฐ สีหน้าขรึมเครียด “หมิงจู ฉันไม่ใช่คนที่จะเข้าข้างญาติพี่น้องโดยไม่สนใจความถูกต้อง เรื่องนี้… เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ ฉันเองก็ถูกหลอกมาเหมือนกัน”
หมิงต้าโหย่วพูดขึ้น แล้วก็เหลือบมองครอบครัวของหมิงฉางเหอด้วยสีหน้าบึ้งตึง ก่อนจะพูดต่อ “อาสี่ พวกคุณนี่จริงๆ เลยนะ อาศัยว่าหมิงจูมีชื่อเสียงไม่ดีในหมู่บ้าน สร้าง