บทที่ 147 วันหน้าเจ้าจะต้องเป็นเสาหลักแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์
แดนเหนือ นิกายเสินอู่
ลวี่หยางก้าวเดินอย่างสบายอารมณ์ไปตามเรือนระเบียง ตำหนักศาลา ราวกับนักศึกษาหนุ่มที่ออกมาเดินชมธรรมชาติ หาได้มีท่าทีระวังตัวแม้แต่น้อย.
แต่บนท้องฟ้าเหนือศีรษะของเขานั้น ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไร เมฆหมอกมหาศาลก็ได้ปกคลุมทั้งนิกายเสินอู่ไปเสียแล้ว.
ที่น่าอัศจรรย์ก็คือ เหล่าศิษย์ในนิกายเสินอู่ยังคงทำกิจวัตรของตนโดยไม่รู้ตัว มีทั้งฝึกตน ต่อสู้ พูดคุย ราวกับว่าเมฆหมอกเหล่านั้นไม่เคยมีอยู่ในสายตา.
ท่ามกลางเมฆหมอก มีสายฟ้านับพันนับหมื่นแล่นวาบไปมา.
ตลอดเหตุการณ์ ไม่มีศิษย์เสินอู่แม้แต่คนเดียวต้องตาย เมฆหมอกเพียงผ่านกายพวกเขาไป และนำบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีรูปร่างติดตัวไปด้วย…
บุญกุศล และ โชคชะตา
ศิษย์ที่ถูกเมฆหมอกสัมผัส แม้ไม่รู้สึกตัว แต่กลับพบว่าร่างกายตนหนักอึ้งขึ้นราวกับแบกน้ำหนักพันชั่งไว้.
จากนั้น ลวี่หยางก็เงยหน้าขึ้นมองฟากฟ้า.
หว่างคิ้วของเขาส่องแสงจาก ศาสตราวิเศษตรวจฟ้า ทำให้เขามองเห็นได้อย่างชัดเจน ในยามนี้ มีสายตานับไม่ถ้วนจ้องมองมายังนิกายเสินอู่นี้!
เขามองเห็นสายตาแห่งความชื่นชมของ จงกวงเจินเหริน.
เขามองเห็นอรหันต์จากสุขาวดีส่ายหน้าและถอนใจ.
แน่นอน พวกนั้นมิใช่ตัวตนจริง แต่คือการใช้ศาสตร์คำนวณกรรม ผ่านใยกรรมที่แผ่ซ่านทั่วสรรพสิ่งจึงสามารถเพ่งมายังที่นี่ได้จากแดนอันไกลโพ้น.
และต่อหน้าสายตาเหล่านั้น ลวี่ห