้าวเดียวก็จะได้เลื่อนเป็นแม่ทัพ
ฉินเฟินกล่าวได้ว่าเติบโตมาในเงาของพี่ชายของตนมาตลอด
โชคดีที่ยังมีฉินเฉินคอยเป็นตัวรองบ่อนอยู่เสมอ
“ฮึ ๆ น้องชายผู้น่ารักของข้า เจ้าควรภาวนาเสียเถิดว่าพรุ่งนี้เจ้าจะไม่สามารถปลุกสายเลือดขึ้นมาได้” เมื่อนึกถึงการสอบใหญ่ของสำนักในวันพรุ่งนี้ มุมปากของฉินเฟินก็ยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเย็นเยียบและชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ในเวลาเดียวกันนั้น
จวนโหวอันผิง
กลุ่มศิษย์ชั้นสูงของสำนักเทียนซิงมารวมตัวกันที่นี่ พวกเขาล้วนเป็นบุตรหลานของขุนนางและตระกูลผู้มีอำนาจในนครหลวง
“ยินดีด้วยท่านโหวหนุ่ม พวกเราขอแสดงความยินดีกับท่านโหวหนุ่มที่ทะลวงสู่ขอบเขตปฐพีได้ในคราวเดียว พรุ่งนี้ท่านจะสำเร็จฝึกตนจากสำนักเทียนซิง จากนั้นก็ติดตามท่านโหวอันผิงเข้าสู่ราชสำนัก ออกรบในสนามศึก ต่อไปจะได้รับตำแหน่งขุนนางใหญ่หรืออัครมหาเสนาบดีก็ย่อมเป็นเรื่องง่าย”
ภายในลานบ้าน กลุ่มบุตรหลานขุนนางเหล่านี้ล้อมรอบชายหนุ่มหน้าซีดรูปร่างอรชรคนหนึ่ง พลางกล่าวประจบประแจงอย่างไม่หยุดหย่อน
“ฮ่า ๆ” ชายหนุ่มหน้าซีดสวมชุดคลุมหรูหรา รองเท้าลายเมฆสิงโต แม้จะเป็นฤดูหนาวลึกก็ยังถือพัดกระดาษไว้ในมือ ดูสง่างามและสุภาพอ่อนโยน “เช่นนั้