“พอเถิด พี่รอง อย่าเก็บมาใส่ใจเลย ข้าอยู่ในตระกูลฉินมาหลายปีเช่นนี้ ข้าเหนื่อยแล้ว ข้าเพียงอยากใช้ชีวิตอย่างสงบด้วยตัวเอง ไม่ว่าอย่างไร เยว่ฉือก็จะถือว่าท่านเป็นพี่รองเสมอ”
ฉินหยวนจื้อเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหยิบธนบัตรเงินกองหนึ่งออกมาจากตัว
“น้องสาม นี่เงินจำนวนหนึ่ง เจ้ารับไปก่อนเถิด”
“ไม่ได้ พี่รอง ข้ารับไว้ไม่ได้”
“ฟังข้า” ฉินหยวนจื้อยัดเงินใส่มือของฉินเยว่ฉือโดยไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธ “ข้ารู้ว่าเจ้ามีเงินเก็บไม่มาก การใช้ชีวิตในเมืองหลวงต้องใช้เงินในทุกด้าน ทิ้งเรื่องอื่นไว้ก่อน คืนนี้เจ้ากับเฉินเอ๋อร์จะพักที่ใดหากไม่มีเงิน? เจ้าทนได้ แต่เฉินเอ๋อร์เล่า?”
คำพูดประโยคสุดท้ายของฉินหยวนจื้อทำให้ฉินเยว่ฉือไม่อาจปฏิเสธได้อีก ในฐานะแม่ นางจะทนเห็นบุตรของตนลำบากได้อย่างไร
“พี่รอง เยว่ฉือขอบคุณท่าน”
“อย่าพูดเช่นนั้น หากภายหน้าเจ้ามีความลำบากใด ๆ ก็มาหาข้า หากหาข้าไม่พบก็มาหาอิงเอ๋อร์ อย่าฝืนแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียว เข้าใจหรือไม่?”
“อืม” ฉินเยว่ฉือพยักหน้า ดวงตาเริ่มชื้นเล็กน้อย
ด้านข้าง ฉินอิงมองน้องชายของตนด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ฉินเฉิน ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าต่างจากเมื่อก่อน?”
“จริงหรือ