“โอ๊ย… โอ๊ย โอ๊ย โอ๊ย…”
ใบหน้าของเว่ยเจิ้นบิดเบี้ยวทันทีราวกับผ้าขี้ริ้ว ลูกตาแทบถลนออกมา เขานอนกลิ้งอยู่บนพื้นร้องโหยหวนอย่างน่าสมเพช เสียงร้องของเขาฟังแล้วแทบทำให้ผู้คนใจหาย
มาถึงตอนนี้ ต่อให้เป็นคนโง่ก็ยังรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี่มันแปลกเกินไปแล้ว”
“เว่ยเจิ้นเป็นจอมยุทธ์ขอบเขตมนุษย์ขั้นกลาง และยังปลุกพลังสายเลือดได้แล้ว ทำไมเขาถึงชนขาของฉินเฉินสองครั้งติดกัน?”
“มันช่างประหลาดจริง ๆ!”
ผู้คนที่มุงดูต่างแสดงสีหน้าประหลาดใจ พูดคุยกันด้วยท่าทางแปลก ๆ
“คุณชายเฉิน ท่าน… ท่าน…”
หลินเทียนและจางอิงก็ตกตะลึงเช่นกัน สีหน้าเต็มไปด้วยความยินดี
“ไอ้สารเลว รอข้าก่อนเถอะ อย่าให้ข้ามีโอกาส ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
เว่ยเจิ้นดิ้นพล่านอยู่บนพื้นด้วยความเจ็บปวด กว่าจะหายใจตั้งหลักได้ก็ผ่านไปพักใหญ่ ดวงตาของเขาจ้องฉินเฉินอย่างอาฆาต ราวกับอยากหั่นฉินเฉินเป็นพันชิ้น
ฉินเฉินกำลังจะเดินจากไป แต่เมื่อได้ยินคำพูดนั้น เขาก็หันกลับมาอย่างกะทันหัน สายตาเย็นยะเยือกทำให้เว่ยเจิ้นตัวสั่น
“ถ้าเจ้ากล้าด่าข้าอีก ข้าจะฆ่าเจ้า” ฉินเฉินกล่าวทีละคำอย่างชัดเจน
เสียงของเขาเย็นเยียบราวกับมา