ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาต ในใจคำรามอย่างดุร้าย “ฉินเฉิน รอข้าไว้เถอะ ข้า เว่ยเจิ้น จะต้องแก้แค้นเรื่องนี้ให้ได้”
หลังจากสลัดเว่ยเจิ้นและพรรคพวกทั้งสามออกไป ฉินเฉินก็รีบมุ่งหน้าไปยังห้องฝึกตน หลินเทียนและจางอิงรีบวิ่งตามมา
“คุณชายเฉิน ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่ เมื่อครู่ท่าทางของท่านเท่มาก!”
หลินเทียนและจางอิงกล่าวอย่างตื่นเต้น ยังคงจมอยู่กับภาพอำนาจของฉินเฉินเมื่อครู่
“พวกเจ้าไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” ฉินเฉินมองทั้งสองด้วยความห่วงใย
“พวกเราไม่เป็นอะไร ฮ่า ๆ ครั้งนี้สะใจจริง ๆ ไม่รู้ว่าเว่ยเจิ้นกับพวกมันจะยังกล้ามาหาเรื่องพวกเราอีกหรือไม่” หลินเทียนยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น
หลังจากความตื่นเต้นผ่านไป จางอิงก็อดเป็นกังวลไม่ได้ “เว่ยเจิ้นเป็นคุณชายแห่งจวนโหวเว่ยฉี คุณชายเฉินซัดเขาหนักขนาดนี้ จะมีปัญหาหรือไม่?”
“หึ จะมีปัญหาอะไรได้” หลินเทียนหัวเราะเยาะ “การต่อสู้กันระหว่างศิษย์เป็นเรื่องปกติ ตราบใดที่ไม่มีใครตาย สำนักก็ไม่สนใจ และโหวเว่ยฉีก็ไม่มีอะไรจะพูด ครั้งก่อนคุณชายเฉินถูกเว่ยเจิ้นลอบโจมตีบนเวทีประลองจนเกือบตาย สำนักก็ยังไม่เข้ามายุ่งเลย”
จางอิงยังคงมีสีหน้ากังวล “โหวเว่ยฉีกับสำนักไม่มีเหตุผลจะลงมือ สิ่งที่ข้า