หนัก และให้เขามาขอขมาท่านด้วยตนเอง”
เหลียงอวี่มองเขาอย่างเย็นชาแล้วกล่าวเสียงทุ้ม
“คนเมื่อครู่ เป็นคนของตระกูลฉินของเจ้าหรือ?”
ฉินเฟินคิดว่าฉินเฉินล่วงเกินเหลียงอวี่ จึงรีบอธิบาย
“ปรมาจารย์เหลียง แม้ฉินเฉินจะเป็นคนของตระกูลฉิน แต่เขาเป็นเพียงบุตรนอกสมรสของอาสะใภ้ของข้า เป็นไอ้สารเลว
บิดาของข้าอยากขับไล่มันออกจากจวนฉินมาโดยตลอด ดังนั้นการกระทำของมันไม่มีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฉินของพวกเราเลย”
เขาเต็มไปด้วยความแค้น กัดฟันแน่น และสาปแช่งฉินเฉินในใจนับครั้งไม่ถ้วน
“ที่แท้ก็เขานี่เอง”
เหลียงอวี่ครุ่นคิดเล็กน้อย เรื่องของฉินเยว่ฉือเขาย่อมเคยได้ยิน
“ปรมาจารย์เหลียง ข้าจะไปจับไอ้สัตว์นั่นมาให้ท่านตอนนี้ แล้วสั่งสอนมันให้สาสม” ฉินเฟินกล่าว พลางเตรียมจะวิ่งออกไป
“ไม่จำเป็น
ข้าไม่สนใจเรื่องของตระกูลฉินของเจ้า และไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลฉิน
พวกเจ้าออกไปเถอะ อย่าให้ข้าเห็นอีก
ส่วนอาวุธล้ำค่าของเจ้า หึ เจ้ากล้าก่อเรื่องในหออาวุธ
ที่ข้าไม่ลงโทษเจ้าก็นับว่าเมตตาแล้ว อย่าได้หวังอีกเลย
ออกไป!”
“ปรมาจารย์ ข้า…” ฉินเฟินตะลึงงันในทันที
คำพูดของปรมาจารย์เหลียงหมายความว่าอย่างไร?
จะไม่หลอมอาวุธล้ำค่าให้เขาแ