แต่ในเวลานั้นเอง ฉินเยว่ฉือกลับออกจากบ้าน ออกท่องโลกยุทธ์ และหายตัวไปจากสายตาทุกคน
สามปีต่อมา ฉินเยว่ฉือกลับมา พร้อมกับพาทารกแรกเกิดอย่างฉินเฉินกลับมายังตระกูลฉิน
เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาไปทั่วราชนคร
การให้กำเนิดบุตรก่อนแต่งงานถือเป็นเรื่องต้องห้ามอย่างยิ่งในทวีปเทียนอู่ เป็นความอัปยศต่อคุณธรรมของสตรี ในบางพื้นที่ป่าเถื่อนอาจถึงขั้นถูกจับใส่กรงหมูแล้วถ่วงน้ำ
ในเวลานั้นตระกูลฉินโกรธแค้นอย่างยิ่ง จนเกือบจะลงมือฆ่าฉินเยว่ฉือ
เป็นฉินป้าเทียน อ๋องติ้งอู่ ซึ่งเป็นตาของฉินเฉิน ที่ยืนหยัดท่ามกลางเสียงคัดค้านทั้งหมด รับฉินเยว่ฉือและฉินเฉินเข้าสู่ตระกูลในนามสายเลือดของตระกูลฉิน
อย่างไรก็ตาม ทุกคนในจวนอ๋องติ้งอู่ต่างปฏิบัติต่อฉินเยว่ฉือและฉินเฉินอย่างเย็นชา เพราะมองว่าฉินเยว่ฉือเป็นความอัปยศของทั้งตระกูลฉิน
ดังนั้นชีวิตของฉินเยว่ฉือในตระกูลฉินจึงยากลำบากมาก
มิฉะนั้นแล้ว ฉินเฉินคงไม่ได้นอนหมดสติถึงสามวันสามคืนโดยไม่มีแพทย์คนใดมาดูอาการ
“เฉินเอ๋อร์ ถึงครั้งนี้เจ้าจะไม่ได้ปลุกพลังสายเลือด แต่ก็ไม่เป็นไร ในอนาคตยังมีโอกาสอีก อย่าหุนหันไปต่อสู้กับผู้อื่นอีก แม้เจ้าจะไม่สามารถกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้ก็ไม่เป็