ลวี่หยาง พูดอย่างสงบราบเรียบว่า “โจวอวี๋นั้น ผลแห่งกรรมยิ่งใหญ่ หาใช่สิ่งที่คิดคำนวณได้ง่าย ๆ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับผลแห่งการบรรลุมรรคชื่อ ‘ดินบนยอดเมือง’ สหายเต๋าคือผู้มีหวังยิ่งในการขึ้นครองตำแหน่งแห่งผลนี้ เรื่องราวทั้งปวง ข้าจะเปิดเผยแต่โดยดี”
ว่าจบ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นขรึมลึกในบัดดล
“โจวอวี๋นั้น คือร่างเดิมของเทียนอู๋!”
คำพูดนี้พอเอ่ยออก ลวี่หยางถึงกับเลิกคิ้วทันที
หากมิใช่ว่าอยู่ในดินแดนวางรากฐาน หากยังสนทนาอยู่ในโลกจริง เพียงประโยคเดียวนี้ก็อาจสั่นสะเทือนสายใยแห่งกรรม ทำให้ผู้มีใจสอดรู้สัมผัสถึงได้ทันใด
“โจวอวี๋…เทียนอู๋…”
ลวี่หยางเข้าใจเจตนาของอวี๋จ่งอย่างรวดเร็ว ทว่าก็อดมิได้ที่จะรู้สึกประหลาดใจ
“ตำหนักเต๋าแห่งเจียงตง…มีมากกว่าหนึ่งที่ แถมยังมีการผลัดเปลี่ยนราชวงศ์อีกงั้นหรือ?”
นี่มันเกินคาดคิดเกินไปแล้ว!
ลวี่หยางนึกไม่ออกจริง ๆ ตำหนักเต๋าแห่งเจียงตง ซึ่งมีเซียนขั้นก่อกำเนิดประจำอยู่ ย่อมต้องมีเจินจวินระดับรวมโอสถมากกว่าหนึ่งคน เหตุใดจึงยังเกิดการเปลี่ยนผ่านอำนาจราวกับราชวงศ์ได้อีก?
“เรื่องนี้…เกี่ยวพันกับความลับมากมาย” อวี๋จ่งถอนใจยาว “เอาเป็นว่า สมัยก่อนเผ่าพันธุ์โจวอวี๋ของข้าเคยเป็นผู้กุมอำนาจแห่งตำหนักเต๋าเจียงตง แต่เทียนอู๋มาแรงแซงขึ้นภายหลัง หากหาใช่เพราะหายนะพันปีครั้งก่อนบังเกิดในเจียงตงแล้วไซร้ เผ่าโจวอวี๋ของข้าเกรงว่าจะครองมหาอำนาจเหนือโลกได้ไปนานแล้ว…”
พูดถึ