้นพอเห็นก็รีบก้าวเข้ามาขวางไว้ คนหนึ่งยื่นเท้ามาด้านหน้าอย่างแนบเนียน ทำให้เจียงซื่อสะดุดล้มหน้าคะมำทันที
กู้อันกับบุตรสาวรีบวิ่งเข้ามาประคองเจียงซื่อที่ล้มลง นางเจ็บจนร้องโอดครวญไม่หยุด
“ต้องมีใครสักคนแกล้งข้าให้ล้ม! ใครกันเป็นคนทำ ออกมานะ!”
แต่ไหนเลยจะมีใครยอมรับ แถมยังมีคนหัวเราะเยาะอีกว่า “ลูกชายลูกสะใภ้ของตัวเองก็ยังไม่เว้น ตอนนี้ถึงกับจะโยนความผิดมาให้พวกเราด้วยหรือ ข้าบอกเจ้าไว้ก่อนเลยนะ พวกข้าไม่ใช่สองสามีภรรยานั่น จะปล่อยให้เจ้าหาเรื่องด้วยปากเปล่าได้อย่างไร!”
ขณะพูดก็ยังจงใจชูกำปั้นขึ้นเพื่อข่มขู่
เจียงซื่อไม่มีพี่น้องคอยหนุนหลังอีกแล้ว ใจยิ่งหวั่นไหว ไม่กล้าร้องโวยวายอีกต่อไป แต่ในใจนางกลับทั้งเจ็บทั้งแค้นจนแทบหายใจไม่ทัน เกือบจะเป็นลมไป
ระหว่างที่เจียงซื่อกำลังเถียงกับพวกชาวบ้านอยู่นั้น เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยก็เดินออกมาจากบ้าน คนหนึ่งถือขาหมูครึ่งชิ้น อีกคนอุ้มหม้อใบหนึ่งไว้ในมือ
“ท่านแม่ ท่านบอกว่าไม่ได้ขโมยน้ำแกงกับขาหมูจากบ้านข้า แล้วของพวกนี้คือสิ่งใดกัน”
เจียงซื่อกลอกตาไปมา แล้วกล่าวว่า “น้ำแกงนี่พวกเราต้มเอง! ขาหมูก็ซื้อเอง! วันนี้บ้านข้ามีแขกมา จะให้ข้าเตรีย