้มีแค่อกไก่ชิ้นเดียว ทำได้แค่รอบเดียว แต่รสชาติก็ยังดีอยู่”
นางมอบหน้าที่เฝ้าไฟให้กู้ฉางสุ่ย ส่วนตนเองก็ไปล้างวัตถุดิบ เตรียมผักป่าและเห็ดที่เก็บมา ล้างให้สะอาดแล้วสับให้ละเอียด ผสมกับข้าว ใส่เกลือนิดหน่อย จากนั้นตักใส่กระบอกไม้ไผ่ ปิดฝาให้เรียบร้อยก่อนนำไปนึ่ง
วันนี้ทั้งคู่เหนื่อยกันมาก จึงเด็ดผักอ่อนๆ จากแปลงมาเพียงกำมือ ลวกน้ำร้อนให้สุก แล้วคลุกกับเกลือและน้ำมันงา แค่นี้ก็เป็นกับข้าวหนึ่งจานสำหรับเย็นนี้แล้ว
พอไอน้ำเริ่มลอยขึ้นจากหม้อ กลิ่นหอมของไม้ไผ่กับข้าวก็โชยออกมา เถียนฮวนเปิดฝาหม้อ กู้ฉางสุ่ยก็หยิบกระบอกไม้ไผ่สามอันออกมา
เขาผ่ากระบอกไม้ไผ่ออกทันที กลิ่นหอมก็พุ่งออกมาเต็มจมูก ทั้งสองคนถึงกับน้ำลายไหล
แต่ละคนหยิบกระบอกไม้ไผ่ครึ่งอัน ถ้วยน้ำแกงคนละถ้วย กินกับผักกรอบหวาน ทั้งคู่ก็กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
เห็ดป่าที่หวานกรอบอยู่แล้ว ยิ่งผสมกับกลิ่นหอมเฉพาะตัวของไม้ไผ่ ยิ่งเพิ่มรสชาติน่าลิ้มลองเข้าไปอีก
ส่วนน้ำแกงใสนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึง เดิมทีก็อร่อยอยู่แล้วจากเมื่อคืน แต่พอผ่านขั้นตอนน้ำแกงพร้อมใช้ กลับยิ่งหอมหวานจนหยุดซดไม่ได้
กินไปกินมา กู้ฉางสุ่ยก็ตักข้าวจากกระบอกไม้ไผ่มาคลุกกับน้ำแก