งก็ไม่ไล่ตามต่ออีก ปล่อยมือจากกระบี่อเวจี แล้วเห็นเพียงกระบี่อเวจีปลิวลอยกลางอากาศ แสงแดงสาดวาบ
ร่างเด็กหญิงในชุดนวมแดง ผูกเปียตั้งชี้ฟ้า วัยราวแปดเก้าขวบก็ก้าวออกจากแสงกระบี่
เด็กน้อยเห็นสภาพฮ่วนอู่เจินเหรินก็อดเบ้ปากมิได้
นางมิได้เคลื่อนไหวมาเนิ่นนาน พอออกโรงกลับไม่อาจสังหารอีกฝ่ายได้ จะให้ใบหน้าน้อย ๆ นี้รักษาเกียรติได้อย่างไร แล้วเห็นลวี่หยางทำท่าครุ่นคิดยิ่งกลัวว่าลวี่หยางจะดูถูก รีบพูดว่า “หากไม่ใช่เพราะว่าย่าของเจ้าเจ็บเล็กน้อยยังไม่หาย คงฟันเจินเหรินผู้นั้นลงได้แน่นอน!”
ลวี่หยางฟังดังนั้นจึงเหลือบตามองกระบี่อเวจีอีกครั้ง
“…เจ้าสามารถแข็งแกร่งขึ้นอีกหรือไม่”
“แน่นอน!”
เด็กน้อยพูดพลางแอ่นอกชูคางอย่างภาคภูมิ “ย่าของเจ้าเชี่ยวชาญการฟาดฟันรากฐานเต๋า หากกลืนกินรากฐานเต๋าได้ ยังสามารถเพิ่มพลังข้าอีกด้วย!”
ครั้นกล่าวมาถึงตรงนี้ เด็กน้อยพลันรำลึกถึงอดีตกาลอันรุ่งเรือง มือไม้เริ่มร่ายรำพลางว่า “ไม่ต้องมากนัก แค่เจ้าป้อนข้าสักสิบแปดคน ต่อให้เป็นเพียงผู้วางรากฐานขั้นต้น ย่าของเจ้าก็ฟื้นคืนได้ถึงสามส่วน ยังเผยเคล็ดอันเร้นลับออกมาได้ รับประกันว่าเจ้าจะไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน!”
“โอ้…”
เผชิญคำโอ้อวดทั้งหลาย ลวี่หยางก็เพียงพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ก่อนโบกมือหนึ่งครั้ง เก็บเด็กหญิงที่ยังจะพูดต่อเข้าสู่ชายแขนเสื้อ
เขามิได้สนใจเรื่องไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน
ถึงอย่างไรถ้าสามารถรังแกผู้ต่ำกว่า