สุ่ยเกอเอ๋อร์จะเกาะพวกตนเพื่อฮุบสมบัติ จึงรีบไล่คนออกจากบ้าน มิหนำซ้ำยังเที่ยวพูดจาว่าร้ายพวกเขาอีก เช่นนี้ต้องได้รับผลกรรมเข้าสักวัน!”
ถ้อยคำเหล่านี้ลอยไปถึงบ้านตระกูลกู้ เจียงซื่อเท้าสะเอวแล้วเริ่มโวยวายทันที
“สองภรรยานั่นช่างกล้านัก ถึงกับใส่ร้ายพวกเราได้ลงคอ! หากข้าไม่ถลกหนังพวกเขาออกมาประจานก็ให้รู้ไป!”
กู้อันนั่งสูบยาสูบอยู่ในลานบ้าน ได้ยินเจียงซื่อโวยวายเสียงดังจนหน้าแดง เขาก็ลืมตาขึ้นเล็กน้อยก่อนพูดว่า
“พอได้แล้ว! พวกเขาแยกบ้านไปแล้ว เจ้าจะไปหาเรื่องพวกเขาเพื่อสิ่งใดกัน”
“หาเรื่องงั้นหรือ สะใภ้ใหม่ของพวกเรายังไม่ทันได้อยู่รับใช้พวกเราสักวัน ตอนนี้กลับรีบร้อนออกไปดูแลคนนอกแล้ว นางทำตัวอย่างนี้ ข้าเป็นแม่สามีจะไม่มีสิทธิ์สั่งสอนบ้างหรือไร!” เจียงซื่อแหวกลับอย่างไม่พอใจ
กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์รีบพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่เจ้าค่ะ! นางทำชาฤดูใบไม้ร่วงขึ้นมา ก็สมควรจะเอามาให้พวกเราก่อนมิใช่หรือ พ่อแม่สามีของนางแท้ๆ กลับไม่รู้จักปรนนิบัติ มัวแต่คิดจะเอาใจคนนอก หวังให้คนอื่นชมว่านางดี พี่สะใภ้ใหญ่เจ้าเล่ห์ ขี้เกียจ โลภมาก กะล่อนปลิ้นปล้อนอย่างนี้ สมควรถูกประจานให้ขายหน้า!”
สามแม่ลูกยิ่งพูดยิ่งโมโห ทนอย