ามีเจ้าเขียนหนังสือแต่งกลอนมาตั้งนาน คงเหนื่อยแย่ เดี๋ยวข้าจะให้เขากินอะไรดีๆ หน่อย”
“เจ้าค่ะ” เถียนฮวนพยักหน้า รับกระต่ายกับปลาหลี่มาจากกู้ฉางสุ่ย แล้วเดินเข้าครัวไปทันที
นางชำแหละกระต่าย ถอนขน รีดเลือด แล่เป็นชิ้นขนาดพอเหมาะ จากนั้นใช้เกลือหยาบหมักไว้สักครู่ แล้วจึงตุ๋นกับหัวไชเท้า
ส่วนปลาหลี่นั้นเอาเครื่องในออกให้เรียบร้อย ตั้งน้ำมันช่ายจื่อให้ร้อนแล้วทอดให้เหลืองทั้งสองด้าน เติมน้ำเปล่าแล้วเคี่ยวบนเตาไฟอ่อนๆ จนได้น้ำแกงขาวขุ่น
ก่อนยกลง นางโรยเกลือและต้นหอมเล็กน้อย กลิ่นหอมก็อบอวลทั่วครัว
เมื่อทำอาหารสองจานหลักเสร็จแล้ว เถียนฮวนก็หั่นผักกาดขาวมาผัดอีกจาน ทำเป็นหมูนึ่งข้าวคั่ว
เนื้อสามผักหนึ่ง รวมเป็นสามกับข้าวหนึ่งน้ำแกง สีสันของอาหารแดงเขียวสวยงาม เมื่อจัดใส่จานก็ยิ่งดูน่ารับประทาน
เมื่อยกกับข้าวทั้งสี่ขึ้นโต๊ะ สองพี่น้องกู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ก็ไปเรียกกู้ฉางเจี๋ยกับสหายออกมากินข้าว
กลุ่มปัญญาชนในชุดยาวทยอยเดินออกมา พอเห็นอาหารทั้งสี่บนโต๊ะ พวกเขาก็พากันทำหน้าตกใจ
“โห พี่ฉางเจี๋ย วันนี้ท่านแม่เจ้าฝีมือดีขึ้นเยอะเลยนะ! อาหารพวกนี้ดูหน้าตาดีกว่าคราวก่อนที่เรามากินตั้งเยอะ!”
“ก