นี้ข้ากินได้อีกถ้วย!”
พวกเขานั่งกินไปพลาง กล่าวชมอาหารไปพลาง คำพูดสรรเสริญหลั่งไหลไม่ขาดสาย
บางคนถึงกับเริ่มแต่งกลอน กล่าวคำเปรียบเปรยอย่างงดงาม สมกับเป็นปัญญาชนในยุคโบราณ
กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์ที่ช่วยรินน้ำชาอยู่ข้างๆ ก็พลอยรู้สึกภูมิใจขึ้นมาทันตาเห็น
ขณะที่ลานหน้าบ้านกำลังวุ่นวาย เถียนฮวนซึ่งเป็นคนทำอาหาร กลับเก็บตัวอยู่ในห้องตั้งแต่จัดการปรุงอาหารเสร็จ นางเอาเวลาไปตั้งอกตั้งใจจัดการกับหย่วนจื้อส่วนเรื่องที่พ่อแม่สามีปล่อยให้บุตรสาวซึ่งยังไม่ออกเรือนไปนั่งคุยกับบุรุษแปลกหน้ากลางลานบ้าน นางก็ไม่อยากพูดถึงอีกแล้ว
หญิงสาวเริ่มจากกำจัดเศษหญ้าออกจากหย่วนจื้อทีละต้น จากนั้นค่อยๆ เอาแกนด้านในออก เหลือไว้แต่เปลือกด้านนอก
ฟังดูเหมือนง่าย แต่ทำจริงกลับต้องใช้แรงและเวลา หากกู้ฉางสุ่ยไม่มาช่วยอีกแรง นางคงไม่มีทางจัดการกับหย่วนจื้อทั้งหมดภายในหนึ่งชั่วยามได้แน่
“หมดวันแล้ว เอาแค่นี้ก่อน ท่านเอาไปแขวนตากไว้สักคืน พรุ่งนี้เราค่อยเอาไปที่บ้านตระกูลถัง แล้วจัดการที่เหลือให้เรียบร้อยอีกที” เถียนฮวนปัดเศษหญ้าออกจากตัวแล้วหันมาบอก
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า เก็บหย่วนจื้อใส่ตะกร้าให้เรียบร้อยก่อนนำไปแขวนไว้ใต้ชาย