ว่งบิ่น
แสงแดงที่สาดทั่วหุบเขา ก็คือรัศมีแห่งตะวันจันทราที่ตกกระทบลงบนกระบี่ สะท้อนกลับออกมาเพียงเท่านั้น เพียงแค่วางอยู่บนแท่นเวท กลับฉายให้เห็นกลิ่นอายฆ่าฟันอันมหาศาลรุนแรงดั่งไร้สิ่งใดในใต้หล้าที่มันฆ่าไม่ได้ ตัวกระบี่สลักภาพนรกอันสะท้อนอารมณ์สิ้นหวัง
พริบตานั้น แสงแดงรวมตัวกลายเป็นพลังหนึ่งสาย
เด็กหญิงสวมเสื้อขนสัตว์สีแดงสด มัดเปียตั้งชี้ขึ้นสูง ใบหน้าอายุราวเจ็ดแปดขวบ กระโดดโลดเต้นออกมาจากกระบี่ยาวสีเลือดที่ตั้งอยู่บนแท่นเวท
“เรียกอยู่นี่ไง! เจินเหรินสารเลว!”
นางยืนเท้าสะเอว เชิดคางเล็กขึ้น มองลวี่หยางที่อยู่นอกเกาะน้ำเต้าร้องตะโกนเสียงใส “มาถึงแล้ว ยังทำเป็นไม่รู้กฎที่นี่อีกเหรอ?”
“ไหนบอกว่าไม่มีเจตนา แล้วจะมาหาข้าทำไม?”
“เหอะ”
ลวี่หยางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย กลับพบว่าเมื่อเด็กหญิงปรากฏกายขึ้น ความลี้ลับแห่งฟ้าดินที่แต่เดิมไม่อาจคาดเดากลับแจ่มชัดขึ้นมาทันตา ใจพลันกระจ่างแจ้ง
“ที่แท้… มันก็มีกฎจริงด้วย”
เด็กหญิง หรือ กระบี่แหว่งสีเลือดบนแท่นเวทในหุบเขา หรือ เกาะน้ำเต้าทั้งหมด ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่หนึ่งในเจินเหรินแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์ได้ทิ้งไว้ก่อนสิ้นชีพ
เรียกชื่อว่าเกาะน้ำเต้า แท้จริงคือภายในน้ำเต้าหนึ่งลูก ด้านในบรรจุด้วยหมอกควันลบล้างดวงจิตสลายวิญญาณ แม้แต่เจินเหรินหากเผลอสูดดมเข้าไปก็อาจจิตปั่นป่วน ส่วนกระบี่แหว่งสีเลือดนั้น ก็เป็นอาวุธคู่กายของเจินเหรินผู้นั้น ซึ่งเลี้ยงดู