เฝ่ยไป๋ลู่ดวงตาพร่ามัวไปชั่วขณะแล้วก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่รกร้างว่างเปล่าแห่งหนึ่ง
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าที่กำลังเหยียบย่างอยู่อ่อนนุ่มมาก ริมทางเป็นต้นหญ้าแห้งสีน้ำตาล ลมหนาวพัดผ่านร่างกายช้า ๆ นำมาซึ่งความเย็นสดชื่น
จุดสิ้นสุดที่มองเห็นคือสีดำหนาที่พร่ามัวและขยายออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับมีอีกโลกหนึ่งอยู่ตรงนั้น
เธอมองไปรอบ ๆ กานว่างล่ะ?
ทันใดนั้นกองหญ้าก็ขยับ ส่งเสียงดังกรอบแกรบ
“โธ่เอ๊ย ๆ เอวฉัน… ไตฉันมีปัญหา เดิมเอวก็เจ็บอยู่แล้ว ตอนนี้ยังกลับมาเป็นอีก ลำบากเกินไปแล้ว!” คนผู้นั้นลูบเอวพร้อมกับปีนออกมาจากกองหญ้าแห้งด้วยท่าทางแปลก ๆ
“ถุย ๆ ดันกินหญ้าเข้าปาก นี่มันที่บ้าอะไรกันวะเนี่ย?” เขาพึมพำดึงหญ้าแห้งออกจากผม ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมาก็สบตากับเฝ่ยไป๋ลู่
“เช็ดเข้! ผีสาว!” เหมียวจื่ออั๋งกลัวจนตัวสั่นและวิ่งกลับไปโดยไม่รู้ตัวเกือบจะล้มลงบนพื้นด้วยขาที่อ่อนแรง โดยไม่สนใจความเจ็บปวดที่เอว
ใครก็ตามอยู่ในถิ่นรกร้างว่างเปล่า จู่ ๆ มาเห็นสาวสวยใส่ชุดขาวและผมยาวพลิ้วไสวกำลังจ้องมองตัวเองเงียบ ๆ ล้วนแต่ต้องรู้สึกหวาดกลัว
ถูกคนด่าว่าเป็นผู้หญิงหลอกลวงก็หลายครั้ง แต่ถูกคนทำเหมือนเป็นผีผู้หญิงเป็นครั้งแรก
เธอเหมือนผีผู้หญิงจริงเหรอ?
เฝ่ยไป๋ลู่ก้มหน้าลงมองตัวเองแล้วม่านตาของเธอหดลงทันที…
เธอสวมเสื้อคลุมทำจากผ้าลินินสีขาวเนื้อหยาบและขอบหลุดรุ่ยเป็นฝอย
ชุดยาวคลุมเข่า แขนยาวไม่มีปกเสื้อ ไม่มีหัวเข็มข