นที่อยู่ในกำมือ
ช่วงเวลาเดียวกันนี้ เสียงแหวกอากาศอีกสองเสียงก็ดังขึ้นตามมา
ผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงอีกสองคนของถ้ำหลิงซูได้รับกระแสจิตจากจ้าวถ้ำ จึงรีบรุดมาถึง
เมื่อเห็นภาพเช่นนั้น ต่างก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
“เจ้าวิ่งเก่งนี่” มู่เสินฉวนพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย มองลงไปยังจื่อหยางเซียนที่อยู่เบื้องหน้า ทำเหมือนไม่สนใจคนอื่นๆ อีกสามคนที่ยืนมองอยู่
“ท่านจ้าวถ้ำ ช่วยข้าด้วย!”
“เขาฆ่าหลิวหยุนกับหลี่หั่วแล้ว!”
จื่อหยางเซียนเห็นฉางชิวเต้าและคนอื่นๆ ปรากฏตัว ดวงตาของเขาก็ฉายแววแห่งความหวังออกมา ปากร้องตะโกนด้วยความดีใจ
“สหาย”
“คนของสำนักข้าไปล่วงเกินท่านตรงไหนหรือ?”
“พวกเราพอจะเจรจากันได้หรือไม่?”
ฉางชิวเต้าได้ยินข่าวการตายของผู้ฝึกตนอีกสองคน ก็ได้พยายามระงับความโกรธไว้ เลือกพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
มู่เสินฉวนเหลือบมองคนทั้งสาม แค่นยิ้มแล้วจึงตอบกลับ “เจ้าคือเจ้าสำนักถ้ำหลิงซูสินะ?”
“หากมีคนบุกมาทำลายสำนักของเจ้า เจ้าจะเจรจาด้วยหรือไม่?”
เมื่อได้ยินดังนั้น
คนทั้งสามก็ตกใจ
พวกเขารู้ได้ทันทีว่ามู่เสินฉวนอยู่ในสถานะใด
แต่ตามที่จื่อหยางเซียนเล่ามา ผู้นำตระกูลเล็กๆ นั่น เพิ่งจะทะลวงสู่ระดับตำหนักม่วงได้เมื่อเดือนท