ซู
การมาของคนทั้งสามด้วยท่าทางที่ดุดันเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องดีแน่
ทันใดนั้น ร่างสูงใหญ่ก็ปรากฏขึ้นเหนือตระกูลมู่
เขาเพียงแค่โบกมือเบาๆ ก็สลายพลังกดดันของคนทั้งสามได้
เหล่าศิษย์ที่อยู่เบื้องล่างรู้สึกโล่งใจ ความกดดันหายไปในพริบตา
จากนั้นสายตาทุกคู่ก็จับจ้องไปยังร่างของผู้มาใหม่ ก่อนจะร้องออกมาด้วยความยินดี “ผู้นำตระกูล”
“ผู้นำตระกูล”
“…”
มู่เสินฉวนมองคนทั้งสามด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะเอ่ยถามอย่างใจเย็น “พวกเจ้าเป็นใคร?”
จื่อหยางเซียนใช้พลังปราณวิญญาณสำรวจมู่เสินฉวน ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
เขาพบว่าแม้ตนเองจะมีระดับพลังถึงตำหนักม่วงขั้นสาม แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่อาจมองทะลุระดับพลังของชายตรงหน้าได้
‘ช่างน่าประหลาดนัก!’
แต่เมื่อคิดทบทวนดูอีกครั้ง เขาก็เข้าใจ
ตระกูลมู่มีผู้ฝึกตนระดับตำหนักม่วงเพียงแค่สองคน ซึ่งก็เพิ่งทะลวงระดับได้ไม่นาน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครที่มีระดับพลังสูงไปกว่าพวกเขาสองคนอีก
บางทีอาจเป็นเพราะของวิเศษบางอย่างที่คอยปิดบังการตรวจสอบด้วยพลังปราณวิญญาณได้ก็เท่านั้น
จากนั้นจื่อหยางเซียนก็แสยะยิ้ม ก่อนจะพูดขึ้นมา “เจ้าคือมู่เสินฉวน ผู้นำตระกูลมู่สินะ?”
“ข้าถาม