บทที่ 135 ผลาญสิ้นนิกายเสินอู่
นิกายศักดิ์สิทธิ์ เมฆาสวรรค์เชื่อมฟ้า
สามสิบปีก่อน เมื่อครั้งลวี่หยางเพิ่งเข้ามาครอบครอง ภูเขาเซียนแห่งนี้ยังเงียบเชียบสิ้นชีวา ทว่าตอนนี้กลับคลาคล่ำด้วยผู้คน ศิษย์มากหน้าผ่านเข้าออกแทบไม่ขาดสายทุกขณะ
ทั้งหมดล้วนเป็นผลจากความเพียรของบรรพชนอสูรวิญญาณ
ขณะที่ลวี่หยางปิดด่านฝึกตน เขาก็รับหน้าที่ฟื้นฟูนิกายอสูรวิญญาณอย่างมุ่งมั่น คัดเลือกศิษย์เข้ามามากมาย จนบังเกิดความคึกคักเช่นนี้
ภูเขาเซียนแห่งนี้จึงมีนามใหม่แล้วเช่นกัน
ภูเขาหลัวเฟิง
แม้ตอนนี้นิกายอสูรวิญญาณจะตั้งอยู่ภายในนิกายศักดิ์สิทธิ์ ไม่ถึงกับถูกอัสนีจากกระบี่โอสถทองฟาดซ้ำอีกครั้ง แต่บรรพชนอสูรวิญญาณกลับยังคงหวาดกลัวอย่างหนัก
ในท้ายที่สุด เขาจึงเลือกสวมชื่อใหม่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ถึงกับไม่กล้ามอบเคล็ดวิชาระดับสามที่ล้ำค่าที่สุดของนิกายให้ศิษย์ เพราะเคล็ดนั้นสอดคล้องกับสมบัติแห่งการบรรลุมรรค ‘กำแพงดิน’ ซึ่งง่ายต่อการกระตุ้นความเป็นศัตรูกับเจินจวินของนิกายกระบี่หยกยิ่งนัก
นอกจากนั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้บรรพชนอสูรวิญญาณปวดหัวอย่างมาก
ขณะนั้นเอง แสงฟ้ารุ่งโรจน์สายหนึ่งพลันสาดลงมาจากเมฆาสวรรค์นอกภูเขา ตกลงกลางภูเขาหลัวเฟิง ก่อนจะกลายเป็นชายหนุ่มนุ่งห่มชุดหรูหราผู้หนึ่งก้าวออกมา
แทบจะพร้อมกัน บรรพชนอสูรวิญญาณก็เกิดจิตสัมผัส รีบนำซู่หนี่ว์มาขวางหน้าเขาไว้
ชายผู้นั้นยกคิ้วเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทีต