“หืม?”
“โชคของตระกูลเพิ่มขึ้น 500 แต้ม?”
มู่เสินฉวนรู้สึกประหลาดใจ
จนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่รู้ว่าพลังแห่งโชคนี้มีไว้เพื่ออะไร
แต่คิดว่ายิ่งมากก็จะยิ่งเป็นประโยชน์ เอาไว้ถ้ามีเวลาก็คงจะหาข้อมูลดู
เขาไม่ได้สนใจแจ้งเตือนมากนัก หลังจากกำชับกลุ่มผู้อาวุโสไม่กี่คำ ก็ปล่อยให้แยกย้ายกันไป
ก่อนจากไป มู่เสินฉวนได้เรียกมู่อู่จี๋เอาไว้เสียก่อน และพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อู่จี๋ สิบปีมานี้เจ้าลำบากมากแล้ว”
“ตอนที่ข้าปิดด่านฝึกตน ข้ารีบร้อนเกินไป และไม่ได้อธิบายทุกอย่างให้ชัดเจนก่อนจะให้เจ้ามารับหน้าที่แทน”
“เจ้าไม่โกรธข้าใช่หรือไม่”
มู่อู่จี๋รีบส่ายหัว และพูดอย่างละอายใจ
“การแบ่งเบาความกังวลให้ท่านพี่เป็นหน้าที่ของข้า”
“เพียงแต่น้องชายคนนี้โง่เขลานัก ทำสิ่งใดก็ล้มเหลว ไม่สามารถนำพาตระกูลไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้”
“ข้าละอายใจต่อท่านพี่ยิ่งนัก”
มู่เสินฉวนตบไหล่ของเขา “เราเป็นพี่น้องกัน อย่าพูดอะไรเหมือนคนอื่นคนไกลกันเลย”
“ข้าเฝ้าดูเฉินเอ๋อร์เติบโตมาตั้งแต่ยังเด็ก พรสวรรค์ในการฝึกตนของเขาไม่ธรรมดา”
“ตอนนี้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ข้าก็จะไปดูให้ว่าจะพอมีทางแก้ไขอย่างไรบ้าง”
หลังจากได้ยินคำพูดนี้ มู่อู่จี๋ก็ถอนห