หลินหว่านเอ๋อร์รีบคุกเข่าลง ถวายคำนับให้อย่างนอบน้อม
ลี่ว์หลัวตกใจจนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวยามได้ยินคำว่า ‘ฝ่าบาท’ กระทั่งโขกศีรษะคำนับยังตัวสั่นงันงก
ต่อให้ฝันนางก็ยังไม่คิดเลยว่า พวกนางจะได้เข้าเฝ้าโอรสสวรรค์!
ในเมืองหลวงแห่งนี้ มีฮูหยินเก้ามิ่งตั้งเท่าใดที่ไม่มีสิทธิ์เข้าเฝ้าโอรสสวรรค์
หลินหว่านเอ๋อร์สวมผ้าคลุมหน้าผืนบาง โอรสสวรรค์นึกว่าใช้ปิดบังโฉมยามออกมาข้างนอก ไม่ได้คิดมากเป็นอย่างอื่น
โอรสสวรรค์ตรัสอย่างเคร่งขรึมว่า “บิดากับพี่ชายเจ้าสิ้นชีพที่ชายแดน เราปวดใจยิ่งนัก ไม่รู้ว่าที่บ้านแม่นางหลินยังมีญาติคนอื่นหรือญาติห่างๆ อีกหรือไม่”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า
โอรสสวรรค์ทราบเรื่องที่นางถูกชาวเป่ยเหลียงทำให้เป็นใบ้แล้ว แววเนตรมีประกายสงสารวาบผ่าน “บิดากับพี่ชายเจ้าสละชีพอย่างไรหรือ”
ขันทีด้านหลังพระองค์ถือโต๊ะเตี้ยที่เตรียมไว้แต่แรกมาวางไว้ตรงหน้านาง
หลินหว่านเอ๋อร์ถือพู่กันจุ่มน้ำหมึกดำ ก่อนเขียนลงบนกระดาษว่า : เมื่อสามปีก่อน แม่ทัพลู่สืบเจอรายงานทางการทหารที่สำคัญได้จากเมืองเซิ่งจิงของเป่ยเหลียง เร่งรุดข้ามคืนกลับมารายงานแม่ทัพใหญ่หันที่ด่านอวี้เหมิน ระหว่างทางเจอโจรเป่ยเหลียงกลุ่มห