บทที่ 132 วางรากฐานบำเพ็ญเพียร เคล็ดวิชากำเนิด
ท่ามกลางทะเลเมฆเชื่อมฟ้า บนขุนเขาเซียนที่เพิ่งผุดขึ้นใหม่อันสูงตระหง่าน
ลวี่หยางควบแสงทะยานเร้น ก้าวเดียวร่วงสู่ยอดเขา เบื้องหน้าเป็นหมอกวิญญาณกว้างใหญ่ไพศาล กลางหมอกมีแสงรุ่งเรืองผุดพราย กลั่นกลายเป็นวิญญาณค่ายกลผู้หนึ่ง
“ข้าขอคารวะท่านเจินเหริน”
วิญญาณค่ายกลมีรูปโฉมเป็นสตรีงามสง่า กิริยางามล้ำเปี่ยมด้วยอิสริยยศ โค้งกายคำนับลวี่หยาง แย้มยิ้มละไมพ่นถ้อยทักทายอ่อนโยน
ลวี่หยางเห็นดังนั้น แววตาก็พลันสว่างวาบ
แน่นอน เขามิได้สนใจความงาม
สิ่งที่ทำให้เขาสนใจแท้จริง คือรูปลักษณ์ของวิญญาณค่ายกลนี้กลับเหมือนกับวิญญาณแห่งผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์แทบจะประหนึ่งหล่อมาจากพิมพ์เดียวกัน!
“เจ้าคือค่ายกลชั้นใด”
“ขอตอบท่านเจินเหริน” วิญญาณค่ายกลมีท่าทีนอบน้อม “บ่าวผู้นี้แยกออกมาจากต้นฉบับแห่งผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์ เป็นค่ายกลบุตร มีหน้าที่พิทักษ์ภูผาเซียนแห่งนี้แทนท่านเจินเหริน คอยควบคุมกลไกแห่งค่ายกล ดูลิขิตบุญบารมี หากจะนับชั้นระดับ…ประมาณว่าระหว่างชั้นห้า”
ลวี่หยางฟังแล้วก็รู้สึกคึกคักในใจ
ค่ายกลแบ่งออกเป็นเก้าชั้น ชั้นเจ็ดถือเป็นขีดจำกัดของผู้รวมลมปราณ ส่วนชั้นสี่ถึงหกนั้นล้วนอยู่ในขอบเขตของผู้วางรากฐาน หากศึกษาลงลึก ย่อมเป็นประโยชน์ยิ่งต่อเขา!
แม้ว่าเขาเองก็เป็นอาคมค่ายกลชั้นเจ็ดอยู่เดิม ทว่าหลังจากเข้าสู่วางรากฐานแล้ว ฐานะนี้ก็ลดค่าลงอย่างมาก
เพราะสำหรับผู้วา