งเร่งรุดมาถึง
เขากวาดตาดูชายคลุมหน้าที่โดนธนูยิงตาย ก่อนเร่งฝีเท้ามายังข้างกายลู่หยวน คุกเข่าลงข้างหนึ่ง “ข้าน้อยมาช้า! ขอนายท่านโปรดลงโทษด้วย!”
เด็กหนุ่มอาภรณ์เขียวบนหลังคาใช้วิชาตัวเบากระโดดลงมา ก่อนเอ่ยกับลู่หยวนว่า “ไยนางจึงไม่ช่วยท่าน”
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรถามเด็กหนุ่มอย่างฉงน “ใครรึ”
“ฮูหยินน้อยตระกูลลู่” เด็กหนุ่มเล่าเรื่องเมิ่งเชียนเชียนกับถานเอ๋อร์ปรากฏตัวให้ฟัง
เขายังคิดจะกล่าวถ้อยคำเดิมของเมิ่งเชียนเชียนออกมา แต่ลู่หยวนกลับเอ่ยขึ้นนิ่งๆ ว่า “หุบปาก”
เด็กหนุ่มชำเลืองมองลู่หยวนแวบหนึ่ง ก่อนไปดึงลูกศรของตนออกจากศพ
ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรจุ๊ปากเอ่ยว่า “ฮูหยินน้อยตระกูลลู่ผู้นี้ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ นึกไม่ถึงว่าจะกล้าทิ้งผู้บัญชาการใหญ่ที่ร่อแร่ใกล้ตายไว้ไม่ช่วยเหลือ ไม่กลัวท่านรอดมาได้แล้วจะมอบความตายให้แก่นางหรือ พึงทราบก่อนว่า ท่านมันพวกฆ่าคนตาไม่กะพริบ และไม่เคยสนเหตุผลใดๆ…เอ้ย จื่อชวน! เจ้าเก็บลูกธนูเสร็จหรือยัง! ข้าช่วยเจ้า!”
ตกใจหมดเลย ตกใจหมดเลย สายตาผู้บัญชาการใหญ่เมื่อครู่นี้ช่างน่ากลัวนัก!
เมื่อเมิ่งเชียนเชียนกลับมาถึงตระกูลลู่ ก็ไปดูลู่หมู่เป็นอย่างแรก
น