ะมีเรื่องจะคุยกับลู่หมู่เพียงลำพัง
อีกทั้งการไหว้พระครานี้ก็เกิดขึ้นอย่างฉุกละหุกเกินไป เหมือนเพิ่งคิดได้สดๆ ร้อนๆ
ในเมื่อเป็นการตอบแทนคำอธิษฐานที่คนทั้งบ้านต้องไป แล้วลู่สิงโจวไปไหน
หนึ่งเค่อต่อมา ทุกคนก็มาถึงตีนเขา
เหล่าฮูหยินเอ่ยกับลู่หมู่ว่า “ที่ข้ากำชับเจ้าไป เจ้าจำได้หรือยัง ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะหวังดีต่อนาง ให้นางมีที่พึ่งพิงในตระกูลลู่ยามแก่เฒ่า ไม่เช่นนั้นอาศัยเพียงชาติกำเนิดและนิสัยของนาง ไหนเลยจะคู่ควรกับการเป็นนายหญิงของตระกูลลู่”
“อีกอย่างเมื่อวานข้าได้ยินสิงโจวบอกว่า นายท่านอาวุโสเมิ่งอายุมากแล้ว พวกบุตรชายของตระกูลเมิ่งนั่งกันไม่ติดแล้ว กำลังทะเลาะกันเรื่องแบ่งมรดก ส่วนของนางจะได้เท่าใดก็คงต้องขึ้นอยู่กับว่าพวกเราตระกูลลู่ช่วยหนุนหลังนางอย่างไร”
ลู่หมู่เอ่ย “จากนั้นเล่า ท่านแม่คิดจะสูบสมบัติตระกูลเมิ่งให้เกลี้ยงหรือ”
เหล่าฮูหยินเพลิงโทสะเต็มอก “เจ้าพูดจาประสาอะไร! นางไม่มีพ่อแม่แล้ว พี่ชายสองคนก็ไม่เอาไหน เดี๋ยวน้องเขยอย่างเซียวเกอร์ก็ต้องไปจัดการให้พวกเขาอีก!”
ลู่หมู่ไม่เอ่ยคำ
นางรู้มาตลอดว่าเหล่าฮูหยินโลภโมโทสัน แต่นางก็ยังประเมินความโลภของอีกฝ่ายต่ำไป เหล่าฮูหยินไม่เพียง