บทที่ 131 ตั้งภูผา เปิดตำหนัก ตั้งนาม “หยวนถู”
‘จ้าวยอดเขาปะสานฟ้า… รอข้าเถอะ!’
เหนือทะเลเมฆเชื่อมสวรรค์
เห็นเพียงกลุ่มเมฆสีทองทะลักฟ้าสาดลงดิน แผ่ขยายทั่วนภา พลันกลายเป็นบุรุษหนุ่มรูปงามในยามใกล้ถึงทะเลเมฆ จึงหดกลับกลายรูป
ลวี่หยางมองไปยังทิศทางของยอดเขาปะสานฟ้าแทบในทันใด ดวงใจพลันครุกรุ่นไม่หยุด
แต่ท้ายที่สุด เขาก็ระงับใจไม่สะบัดฝ่ามือฟาดใส่ ไม่ต้องรีบร้อน เช่นไรเขาเพิ่งทะลวงผ่าน อีกทั้งจ้าวยอดเขาปะสานฟ้าก็มิได้รับบาดเจ็บดังชาติก่อน
“ย่อมมีโอกาส อะไรช้าก็ย่อมกลมกล่อม!”
อดีตเคยสะกิดเดียวจนตนถึงตาย… บุญคุณนี้ วันหนึ่งต้องชดใช้คืน!
เขาถอนสายตากลับ หมุนกายตรงขึ้นผาเพลิงศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกาย
วิญญาณค่ายกลที่เคยปรากฏครั้งก่อนก็เผยกายขึ้นอีกหน ก้มศีรษะลึกให้เขาหนึ่งครา เอ่ยด้วยความเคารพ “ขอคารวะเจินเหริน”
ลวี่หยางพยักหน้าน้อย ๆ แล้วตรงไปยังตำหนักซึ่งจงกวงเจินเหรินประทับอยู่ ภายในนั้นมีบุรุษในชุดเต๋ายาว สูงโปร่ง แม้หน้าตาไม่ถือว่าหล่อเหลา แต่หว่างคิ้วกลับแฝงไว้ด้วยคมกล้าทะลวงฟ้า นั่งประจำ ณ ที่สูง ใกล้กันคือเต๋าบุรุษหนุ่มหน้าตาหม่นหมองผู้หนึ่งยืนอยู่
จงกวงเจินเหรินและอิ้นซานเจินเหริน!
ลวี่หยางตั้งสติให้มั่น เมื่อมองไปยังจงกวงเจินเหรินในทีแรก เขามิได้เพียงจับตาเนื้อแท้ในโลกจริง หากแต่ยังจ้องมอง “รากฐานแห่งเต๋า” ในระดับวางรากฐานของอีกฝ่ายด้วย
ชั่วพริบตา สายตาเขาก็ปรากฏความตระหนก
เพราะอิ้นซา