“คุณหนู! คุณหนู!”
ปั้นซย่าร้องเรียกไล่ตามไปทั้งน้ำตา
สตรีออกเรือนนางหนึ่งเดินสวนกับนาง โซซัดโซเซวิ่งเข้ามา ก่อนวิ่งไปหาเด็กน้อยที่กำลังร้องไห้เสียงดัง
ขณะนั้นเองเด็กน้อยกำลังถูกหวังฮูหยินจับมือปลอบขวัญอยู่
สตรีออกเรือนโผลงคุกเข่าให้หวังฮูหยิน “ขอบพระคุณฮูหยินที่ช่วยชีวิตบุตรชายข้า!”
หวังฮูหยินรีบเอ่ย “คนที่ช่วยชีวิตลูกชายเจ้าหาใช่ข้าไม่ เป็นฮูหยินแม่ทัพ!”
สตรีกอดลูกชายไว้ มองไปรอบๆ เห็นลู่หลิงเซียวในชุดเกราะกับหลินหว่านเอ๋อร์ที่สวมผ้าคลุมหน้าไว้
ชาวบ้านไม่รู้จักขุนนางในราชสำนัก แต่สวมชุดเกราะเช่นนี้ น่าจะเป็นแม่ทัพไม่ผิดแน่ และคนข้างกายเขาคงจะเป็นฮูหยินของเขา
นางรีบพาลูกชายเดินมาขอบคุณ “ขอบพระคุณฮูหยินแม่ทัพ…”
ฮูหยินคนหนึ่งปรายตามองหลินหว่านเอ๋อร์ พลางเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “นางมิใช่ฮูหยินแม่ทัพ! ฮูหยินแม่ทัพตัวจริงน่ะเพื่อช่วยชีวิตทุกคนไว้ ถูกชาวเป่ยเหลียงต่ำช้าสองคนจับตัวไปแล้ว!”
“ใช่! สตรีรักตัวกลัวตายคนหนึ่งคู่ควรให้เรียกว่าฮูหยินแม่ทัพด้วยรึ”
“เมื่อครู่ยังเป็นฮูหยินจนติดใจอยู่เลยมิใช่หรือ ถึงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ไยไม่บอกว่าตัวเองเป็นฮูหยินแม่ทัพแล้วเล่า”
ชั่วขณะที่เมิ่งเชียนเชียนขันอาสา ก็ไ