“นั่นน่ะสิ!” ฮูหยินรองทนดูเหล่าฮูหยินเอาเงินไปช่วยเหลือบ้านเดิมไม่ได้มาตั้งนานแล้ว
เหล่าฮูหยินขมวดคิ้ว เอ่ยกับเมิ่งเชียนเชียนว่า “ช่วยคนสำคัญที่สุด เจ้าเอามาก่อน”
เมิ่งเชียนเชียนถอนใจ “ใช่ว่าหลานไม่อยากควักเงินก้อนนี้ให้ แต่ในมือหลานเหลืออยู่แค่หมื่นตำลึงเท่านั้นแล้ว”
จ้าวเหล่าฮูหยินตกใจเอ่ยว่า “สะ…สินเจ้าสาวของเจ้าตั้งมากตั้งมาย…เหลือแค่หมื่นตำลึงเองรึ พวกเจ้าตระกูลลู่ใช้เงินกันประสาอะไร!”
เมิ่งเชียนเชียนถอนหายใจอีกเฮือก “ข้าก็ไม่ทราบเช่นกันเจ้าค่ะ เวลาแค่ไม่กี่ปี ข้ามีหน้าที่แค่จ่ายเงิน ส่วนใช้เงินอย่างไรนั้น ท่านย่าเป็นคนจัดการ”
โชคดีที่เหล่าฮูหยินไม่ไว้ใจนาง ผู้ดูแลจวนล้วนเป็นคนสนิทของเหล่าฮูหยินเอง ไม่เช่นนั้นนางคงอับจนคำพูดอธิบายอะไรไม่ได้
เหล่าฮูหยินสีหน้าพลันกระอักกระอ่วน นางกระแอมให้คอโล่ง “อย่าเพิ่งคุยเรื่องนี้ เอาหมื่นตำลึงออกมาก่อน ให้ท่านย่าสะใภ้เจ้าจัดการปัญหาเร่งด่วน”
เมิ่งเชียนเชียนแย้มยิ้ม “จัดการปัญหาเร่งด่วนน่ะได้ แต่ต้องตกลงกันก่อนนะเจ้าคะ เงินก้อนนี้ข้าให้ตระกูลจ้าวหยิบยืม มีต้นมีดอก ต้องเขียนไว้เป็นหลักฐาน”
เหล่าฮูหยินได้ยินคำนี้ก็ไม่พอใจขึ้นมา “คนกันเองจะเขียนไว้เ