รอยยิ้มตรงมุมปากของบุรุษอาภรณ์ม่วงไม่เปลี่ยนแปร เขาเดินผ่านเมิ่งเชียนเชียนตรงไปเบื้องหน้า
เมิ่งเชียนเชียนมือหนึ่งกางร่ม มือหนึ่งอุ้มเด็ก ตามหลังบุรุษอาภรณ์ม่วงมาแต่โดยดี
ทั้งสองออกมาจากตรอก
รถม้าคันหนึ่งฝ่าฝนมาจอดตรงหน้าบุรุษอาภรณ์ม่วง
สารถีกระโดดลงมา ไม่ใช่เพื่อหยิบที่รองเหยียบ แต่คุกเข่าหมอบอยู่บนพื้นโคลนอันเย็นเยียบ ใช้หลังต่างที่รองเหยียบ มั่นคงดุจศิลา
บุรุษอาภรณ์ม่วงเหยียบที่รองมนุษย์ขึ้นรถม้า
สารถีนิ่งงันไม่ไหวติง
เมิ่งเชียนเชียนชะงัก ก่อนจะเหยียบแผ่นหลังเขาขึ้นรถม้าไปเช่นกัน
สารถีจึงค่อยลุกขึ้นกลับไปประจำที่
เมิ่งเชียนเชียนหุบร่มเรียบร้อย ก่อนวางไว้นอกม่าน
รถม้าคันนี้ภาพนอกดูไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย ทว่าภายในกลับหรูหราสุดแสน ใช้ทองคำเป็นผนัง ใช้ไข่มุกบูรพาต่างเทียน ตั่งนั่งทำจากไม้กฤษณา หมอนทำด้วยผ้าไหมดิ้นทอง แม้แต่พื้นของห้องโดยสารยังปูด้วยหนังพยัคฆ์ขาวหายาก
แตกต่างกับรถม้าตระกูลลู่ที่รั่วซึมทุกที่ ไม้ทุกแผ่นของรถม้าคันนี้ล้วนสบชิดสนิทกัน ถ่านเงินคุณภาพสูงก็มีเพียงพอ
ร่างกายอันเย็นเยียบพลันอบอุ่นขึ้นมา
บุรุษอาภรณ์ม่วงกึ่งนอนกึ่งนั่งบนตั่งหลักที่หันเข้าหาม่านประตูอย่างเกียจคร้าน