ฮูหยินรองหัวเราะ “นั่นน่ะสิ เชียนเชียน แม่นางหลินผู้นั้นเป็นถึงทายาทของขุนนางผู้ภักดี เจ้าละเลยนาง ลือออกไปว่าเจ้าริษยายังไม่เท่าใด เกิดลือกันว่าพวกเราตระกูลลู่ไร้กฎระเบียบ แม้แต่สะใภ้คนหนึ่งก็ยังอบรมสั่งสอนไม่ได้ คงโดนคนหัวเราะเยาะแน่ ภรรยาและสะใภ้เยี่ยงเรา ต้องใจกว้างสักหน่อยจึงจะดี”
ยังไม่รีบซื้อเครื่องประดับศีรษะให้นางอีก!
ลู่หมู่ขมวดคิ้ว เอ่ยกับเหล่าฮูหยินว่า “ท่านแม่ ตอนนั้นหากมิได้เชียนเชียน เกรงว่าบ้านเราคงผ่านความลำบากนั้นมาไม่ได้…”
เหล่าฮูหยินถลึงตาใส่สะใภ้อย่างแรง “ความลำบากอะไรกัน คนตั้งเท่าใดอยากจะแต่งเข้าตระกูลลู่เรา เซียวเกอร์อยากจะเลือกบุตรสาวตระกูลดีๆ เช่นไรจะไม่มีให้เลือกรึ หากมิใช่ท่านผู้เฒ่าเมิ่งขอร้องพ่อเจ้า วาสนานี้คงไม่ตกใส่หัวตระกูลเมิ่งหรอก!”
ขอร้องอย่างนั้นรึ
หากเมิ่งเชียนเชียนจำไม่ผิด ตอนนั้นนายท่านอาวุโสลู่เป็นคนไปสู่ขอที่ตระกูลเมิ่งด้วยตัวเองต่างหาก
สิ่งที่ตระกูลลู่หมายตาก็คือเงินตราของบุตรสาวพ่อค้าเยี่ยงนาง ยามนี้กลับรังเกียจชาติกำเนิดบุตรสาววาณิชของนางแล้ว
เมิ่งเชียนเชียนสีหน้าราบเรียบหันไปมองเหล่าฮูหยิน “ในเมื่อท่านย่ากล่าวเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้นเชียนเชียนก็คงไม่