มารถปิดบังเอาไว้อยู่ดี
“เสี่ยวเย่กำลังตำหนิว่าผมกลับมาช้าอย่างนั้นหรอ?” เฉินเฟิงหัวเราะออกมาเบาๆ
เสี่ยวเย่ส่ายหน้า: “ฉันเปล่าสักหน่อยค่ะ ก็แค่นี่ไม่เหมือนกับที่คุณชายเฉินเคยบอกเอาไว้เท่านั้น คุณเคยบอกว่าไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับมานี่คะ”
เฉินเฟิงถาม: “แต่ว่าตอนนี้ผมก็กลับมาเร็วมากแล้วนะ เสี่ยวเย่ยังอยากให้ผมเร็วกว่านี้อีกหรอ ?อย่างนั้นผมก็จนปัญญาเกินไปแล้ว”
เมื่อถูกเฉินเฟิงพูดใส่อย่างนี้ เสี่ยวเย่จึงไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับอย่างไร เพราะแค่รู้สึกว่ามันไม่เหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้
“ฉันก็แค่รู้สึกสงสัยเองค่ะ ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณชายเฉินรีบกลับมาสักหน่อย ฉันอยู่ที่นี่คนเดี๋ยวเป็นอิสระจะตายไปค่ะ อยากทำอะไรก็ทำอย่างนั้น”
เฉินเฟิงที่มองดูเสี่ยวเย่แสร้งทำเป็นดีใจที่ได้รับอิสระ เขาก็หยิบเอาหยกชิ้นหนึ่งในกระเป๋ากางเกงออกมา
ในขณะที่เสี่ยวเย่กำลังอยู่ตรงนั้นแสดงท่าทีที่ตัวเองได้ทำเรื่องสนุกมากมายตัวคนเดียว จู่ๆ ก็หันไปเห็นของที่อยู่ในมือของเฉินเฟิง เธอถึงกับชะงักนิ่ง
“อันนี้คือ?”
เธอจ้องมองไปยังหยกอันคุ้นตาชิ้นนั้นด้วยความตกตะลึง ซึ่งก็คือจี้หยกขาวแกะสลักรูปกระต่ายชิ้นนั้นที่เธอได้เห็นในร้านขายหยกวันนั้นนั่นเอง
เฉินเฟิงปลดด้ายสีแดงของหยกนั้น เตรียมจะสวมใส่ให้กับเสี่ยวเย่
แต่เสี่ยวเย่กลับเขยิบตัวถอยหลังไปแทน: “คุณชายเฉิน ฉันรับของชิ้นนี้ไว้ไม่ได้หรอกค่ะ คุณเคยสัญญากับเสี่ยวเย่แล้วว่าจะไม่มอบสิ่งของราคาแ