ล้ว
เขาหดหู่มองไปยังเฉินเฟิง : “คุณชายเฉิน นี่พวกเราจะไม่มีโอกาสได้จัดการกับหมาป่าทะเลทรายแล้วงั้นหรอ ?”
เฉินเฟิงนิ่งเงียบ สิ่งที่เขารู้นั้นมีมากว่าสิ่งที่ไป๋จิ้งเฟิงรู้ แต่เขานั้นก็รู้สึกถึงความสิ้นหวังไม่ต่างกัน
แต่ถึงอย่างไร เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว ควรที่จะบอกความคิดของโจวจื่อเอ๋อให้กับไป๋จิ้งเฟิง
“ถ้าหากว่าการจะรวบรวมตระกูลเหล่านั้นให้มาต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายดูจะเป็นไม่ได้ อย่างนั้นพวกเราก็ทำได้เพียงเปลี่ยนวิธีแบบอื่นเท่านั้น”
ไป๋จิ้งเฟิงเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้าๆ เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟิง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าเฉินเฟิงอาจจะยังมีหนทางอื่นอยู่ ซึ่งนี่ถือเป็นการฉุดดึงเขาออกมาจากความสิ้นหวังอีกครั้ง
“คุณชายเฉิน โปรดพูดมาเถอะ ขอเพียงแค่ยังพอมีหวัง พวกเราก็ยังยืนยันคำเดิมว่าจะทำตามที่คุณชายเฉินสั่งการ โดยไม่เกี่ยงเลย”
เฉินเฟิงเองก็รู้ดีถึงการตัดสินใจอันแน่วแน่ของไป๋จิ้งเฟิง จึงได้พูดต่อ : “การจะทำลายศัตรูนั้นขึ้นอยู่กับตระกูลเชียน”
ไป๋จิ้งเฟิงถึงกับพึมพำกับตัวเอง: “ตระกูลเชียน แต่ว่าตระกูลเชียน……”
เฉินเฟิงพูดอีกครั้ง: “ผมรู้ลักษณะนิสัยของตระกูลเชียนดี พวกเขาจะไม่มีทางยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับปัญหาของตระกูลอื่นในทะเลทราย และขอเพียงไม่มีใครเข้าไปท้าทายพวกเขา พวกเขาก็จะทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนอยู่อย่างนี้ แต่ว่าเรื่องบางอย่างจะสำเร็จได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับคน ซึ่งหากดูจากตอนนี้ ก็ต้องเป็นตระกูลเชียน