เท่านั้น”
ไป๋จิ้งเฟิงครุ่นคิดไตร่ตรองอย่างเงียบๆ แต่ยังคงไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร
“ก่อกวนความสัมพันธ์ของตระกูลเชียนและหมาป่าทะเลทราย” เมื่อเห็นสีหน้าอันสับสนของไป๋จิ้งเฟิง เฉินเฟิงจึงเสนอประเด็นออกมา
ไป๋จิ้งเฟิงถึงกับต้องมองไปยังเฉินเฟิงด้วยสีหน้าตกตะลึง
“ถ้าเกิดว่าถูกตระกูลเชียนจับได้……”
เฉินเฟิงเข้าใจเป็นอย่างดีเลยว่าเพราะเหตุอะไรไป๋จิ้งเฟิงถึงต้องกังวลขนาดนี้ แต่ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ล้วนมีความเสี่ยงทั้งนั้น
“ขอเพียงแค่พวกเขาจับไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแล้วนี่ครับ ในเมื่ออยากจะลงมือทำ อย่างนั้นก็ต้องยึดทัศนคตินี้เอาไว้ว่า อย่าให้มีโอกาสที่จะล้มเหลว จะต้องสำเร็จเท่านั้น” เฉินเฟิงกล่าว
แต่ถึงอย่างนั้นไป๋จิ้งเฟิงก็ไม่อาจที่จะสงบใจลงได้ ทั้งยังต้องการที่จะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ว่าเฉินเฟิงกลับขัดเขาเอาไว้ : “นี่เป็นวิธีเดียวที่สามารถทำได้ หากว่าคุณยังต้องการที่จะจัดการกับหมาป่าทะเลทราย”
ไป๋จิ้งเฟิงที่ได้ฟังก็ไม่พูดอะไรอีก เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่เฉินเฟิงพูดนั้นถูกต้อง
เมื่อมองดูไป๋จิ้งเฟิงในตอนนี้ยอมรับอย่างเงียบๆ เฉินเฟิงจึงยิ้มออกมา : “คุณเอาแต่กังวล แต่ถ้าหากว่าสำเร็จขึ้นมาจริงๆ คุณไม่คิดเลยหรอครับว่าเมื่อดูจากอำนาจของตระกูลเชียนแล้ว พวกเขาจะจัดการกับหมาป่าทะเลทรายอย่างไร แน่นอนว่าต้องกำจัดให้สิ้นซากอยู่แล้ว”
ราวกับว่าไป๋จิ้งเฟิงกำลังคิดถึงความเป็นไปได้นี้ตามแนวทางของเฉินเฟิง ซึ่งหากตระกูลเชียนยอมออ