หญิงสาวเต็มใจเสนอตัวเองให้กับผู้ชายถึงที่เนี่ย ผู้ชายคนนั้นก็ควรที่จะต้องระวังตัวเสียหน่อย เพราะผู้หญิงคนนั้นจะดื้อรั้นอย่างมาก ถ้าเกิดว่าเธอไม่สามารถกุมผู้ชายคนนั้นมาไว้ในกำมือได้ อย่างนั้นเธอก็จะไม่มีทางยอมปล่อยมือง่ายๆ”
เฉินเฟิงถึงกับชะงักพร้อมกับยิ้มแหยๆ ออกมาอย่างลำบากใจ
โจวจื่อเอ๋อเดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะเปลี่ยนการแต่งตัวเป็นชุดเดรสสีม่วงอ่อนอันเรียบง่าย ราวกับว่าได้กลับไปเป็นตัวตนเดิมของเธออีกครั้ง
“ผมไม่ค่อยชอบคุณในตอนนี้เลย” เฉินเฟิงพูดออกมา
โจวจื่อเอ๋อมองลงไปยังชุดของตัวเองไปมา จึงเข้าใจว่าเฉินเฟิงคงจะคิดว่าชุดนี้ไม่ค่อยเหมาะกับเธอ : “ฉันไปเปลี่ยนเป็นตัวอื่นก็ได้ค่ะ ตามสีที่คุณชอบ”
“ไม่ใช่เสื้อผ้าหรอกครับ แต่เป็นท่าทีของคุณ” เฉินเฟิงส่ายหน้าอย่างอ่อนโยน
เมื่อมองดูท่าทางของเฉินเฟิงแล้ว โจวจื่อเอ๋อถึงกับหัวเราะออกมา: “คุณชายเฉินหลงชอบในตัวฉันแล้วหรอคะ?”
เฉินเฟิงนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่แล้วโจวจื่อเอ๋อก็พูดต่ออีก : “การที่ผู้ชายคนหนึ่งต้องการที่จะเปลี่ยนผู้หญิงคนหนึ่ง ต้องการที่จะช่วยให้เธอหลุดพ้นออกมาจากความลำบาก อย่างนั้นก็แสดงว่าเขาคนนั้นได้ตกหลุมรักผู้หญิงคนนั้นแล้ว”
แต่แน่นอนว่าเฉินเฟิงไม่คิดว่าตัวเองจะตกหลุมรักในตัวโจวจื่อเอ๋อเลย ปากของเขานั้นต้องการจะโต้แย้ง ทว่ากลับไม่รู้จะพูดอะไรดี จึงได้เพียงขมุบขมิบปาก และไม่ได้พูดอะไรออกมาในที่สุด
หลังจากที่ออกมาจากบ้านตระกูลโจว ทั้