ป๋คนนี้ก็ไม่มีส่วนไหนไม่ดีเลย เธอก็ได้ยินที่พี่ใหญ่พูดแล้วไม่ใช่หรือ เขาเป็นชายหนุ่มที่ไม่เลวคนหนึ่งเลยนะ เมื่อเทียบกับพวกชายหนุ่มเจ้าสำราญผู้ร่ำรวยพวกนั้นแล้วถือว่าดีกว่าเป็นหลายเท่าเลย”
ทันใดนั้นสีหน้าของโจวจื่อเอ๋อก็จริงจังขึ้นมา: “คุณลุงสี่ ไม่ใช่ว่าคุณลุงอยากจะเป็นหัวหน้าครอบครัวตระกูลโจวหรอคะ ?ขอเพียงคุณลุงสี่ตอบตกลงว่าจะไม่ให้หนูแต่งงานออกไป หนูก็จะช่วยให้คุณลุงสี่ได้ครองตำแหน่งหัวหน้าครอบครัว”
“ใครให้เธอพูดแบบนี้กัน” โจวฟ่างที่ได้ยินอย่างนั้นสีหน้าของเขาก็แข็งกระด้างขึ้นมา : “เธอใส่ร้ายฉัน ฉันโจวฟ่างเป็นคนที่ทำเรื่องอย่างเปิดเผยและโปร่งใสมาโดยตลอด จะมีความคิดแบบนี้ได้อย่างไรกัน”
ทว่าโจวจื่อเอ๋อยังคงแสดงท่าทีเศร้าโศก พลางตอบกลับ : “คุณลุงสี่ เรื่องแบบนี้คนตระกูลโจวต่างก็รู้ดีอยู่แล้ว ต่อให้คุณปู่สามมักจะพูดแบบนี้ แต่ฉันกลับคิดว่าไม่มีอะไร ขอเพียงคุณลุงสี่ยอมตอบตกลงกับจื่อเอ๋อ จื่อเอ๋อก็จะยอมช่วยคุณ รวมทั้งการเกลี้ยกล่อมคุณปู่สามก็จะไม่ใช่ปัญหาด้วย”
โจวฟ่างอุทานออกมาอย่างเย็นชา: “เธออย่าไปฟังคนอื่นพูดจาเหลวไหล ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแค่คำพูดที่ไม่มีที่มาที่ไป”
เมื่อพูดจบ เขาก็ไม่มีอารมณ์ที่จะไปสนใจโจวจื่อเอ๋ออีก และยิ่งไม่ต้องคิดว่าจะไปสนใจท่าทางน้อยใจนั้นเธอเลยด้วย เขาหันหลังแล้วเดินออกมาทันที
เมื่อรอจนกระทั่งมองไม่เห็นร่างของโจวฟ่างแล้ว โจวจื่อเอ๋อจึงเขี่ยบริเวณรอบดวงตา แล้วเช็ด