ไปยังโจวจื่อเอ๋อก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมา แม้แต่น้ำเสียงก็เย็นชาขึ้นมาด้วยเช่นกัน : “ผมขอปฏิเสธคุณ”
โจวจื่อเอ๋อนิ่งอึ่ง มองไปยังเฉินเฟิงด้วยความไม่เข้าใจ พร้อมคำถาม: “ทำไมคะ?คุณชายเฉินยังไม่ทันได้ฟังข้อเสนอของฉันเลย บางทีนี่อาจจะเป็นข้อตกลงที่ไม่เลวเลยก็ได้นะคะ ”
แต่เฉินเฟิงกลับส่ายหน้า: “ไม่ว่ายังไง การช่วยเหลือคุณ อย่างน้อยก็คงต้องสร้างความขัดแย้งกับตระกูลโจว และถ้าหากผมเดาไม่ผิด บางทีก็อาจจะสร้างความบาดหมางกับตระกูลไป๋ด้วย แต่ว่าทั้งสองตระกูลนี้ล้วนเป็นตัวเลือกที่ผมต้องการใช้ต่อกรกับหมาป่าทะเลทราย เพราะฉะนั้นผมไม่มีทางตัดพวกเขาทิ้งในเวลาแบบนี้เด็ดขาด ”
โจวจื่อเอ๋อนั่งฟังเฉินเฟิงพูดจนจบอย่างตั้งใจ ก่อนที่เธอจะพูดออกมาอย่างลังเล : “คุณชายเฉินเดาถูกแล้วค่ะ แต่ก็เดาถูกแค่เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ”
ครั้งนี้กลายเป็นเฉินเฟิงที่ต้องสงสัยอีกครั้ง: “โอ๋?อย่างนั้นคงต้องขอทราบรายละเอียดหน่อยแล้วว่าอีกครึ่งหนึ่งที่ผมเดาไม่ถึงนั้นคืออะไรกันแน่?”
“สิ่งที่คุณชายเฉินคาดเดาถูกต้องนั้นคงจะเป็นเรื่องการสานสัมพันธ์ของฉันและตระกูลไป๋ และเรื่องความเป็นไปได้ระหว่างฉันและคุณชายรองแห่งตระกูลไป๋ ”
เฉินเฟิงพยักหน้า: “เพราะว่าลุงของคุณแทบจะเขียนความคิดเอาไว้บนหน้าตัวเองอยู่แล้ว ”
ทางด้านโจวจื่อเอ๋อยังคงแสดงท่าทีเรียบเฉย: “แต่คุณชายเฉินกลับคิดว่าหากช่วยเหลือฉันแล้วจะทำให้ทั้งตระกูลไป๋และตระกูลโจวเกิดความเกลีย