ามสงสัย: “ไม่ทราบว่าท่านนี้เป็นใครกันแน่?ดูแล้วยังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย?”
ไป๋ซิงแสดงสีหน้ามีลับลมคมในออกมา: “พี่โจวจะไม่ลองทายดูสักหน่อยหรอครับ?ท่านนี้มาจากยันเจียงเชียวนะครับ และอีกอย่างเขายังเป็นคนที่มีความเก่งกาจมากด้วย ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้นโจวสุนจึงยิ่งเกิดความสงสัยมากขึ้นไปอีก พลางหันไปจ้องมองเฉินเฟิงอย่างถี่ถ้วน แต่เมื่อยิ่งดู สีหน้าของเขาก็ยิ่งแสดงความตกใจขึ้นมามากเท่านั้น
“อย่าบอกนะว่าเขาคือนายท่านใหญ่แห่งยันเจียงคนนั้น เป็นไปได้ยังไง เขามาอยู่ในทะเลทรายนี้ได้อย่างไรกัน ”
ไป๋ซิงหัวเราะออกมาดีใจ: “ดูเหมือนว่าพี่โจวจะคาดเดาได้ถูกต้องแล้วนะครับ ทางด้านคุณชายเฉินเองนั้นก็มีความบาดหมางกับหมาป่าทะเลทรายเช่นกัน ดังนั้นถึงได้มานั่งอยู่ตรงนี้ อีกอย่างเลยก็คือหากไม่มีคุณชายเฉิน วันนี้พวกเราก็คงจะไม่ได้มาพบปะกันเช่นนี้”
โจวสุนตอบกลับด้วยความตกตะลึง: “พูดอย่างนี้ก็แสดงว่าคุณชายเฉินนั้นกำลังวางแผนจะต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายงั้นหรอ ?ส่วนพวกคุณตระกูลไป๋ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งในแผนการของคุณชายเฉินเท่านั้น?”
ไป๋ซิงพยักหน้าอย่างเรียบง่าย
แต่ในตอนนั้นเองที่เฉินเฟิงพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม: “เจ้าตระกูลโจว ผมคงไม่กล้ารับคำพูดแบบนั้นหรอกครับ แต่หากต้องการที่จะจัดการกับหมาป่าทะเลทราย การจะพึ่งเพียงตัวผมเองคงจะทำไม่ได้ ซึ่งนั่นแน่นอนว่าจะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคนแล้วกวาดล้างหมาป่าทะเลทรายให้เป็นเหมือนขยะ