แต่ว่าเฉินเฟิงกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมวางเสี่ยวเย่ลงเลย ทั้งยังยิ้มให้กับเสี่ยวเย่ด้วยรอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ : “อย่างนั้นคุณก็พูดมาว่าจะยกโทษให้ผมหรือเปล่า ”
ตอนนี้พวกเขาทั้งสองยังคงอยู่บนถนนใหญ่ มีผู้คนเดินอยู่รอบๆ อย่างไม่ขาดสาย จึงทำให้มีผู้คนคอยเหลียวหันมามองยังพวกเขาอยู่ตลอด
เสี่ยวเย่มีหรือจะทนรับสถานการณ์แบบนี้ได้ สายตาที่มองมายังพวกเขาเป็นเหมือนดั่งเข็มที่ทิ่มแทงลงไปบนร่างกายของเธอ แต่ถึงอย่างไรในใจของเธอยังคงโกรธเคืองเฉินเฟิงอยู่ ดังนั้นจึงไม่ยอมที่จะพูดคำว่ายกโทษให้เขาออกมา
“อย่างนั้นผมก็จะอุ้มคุณกลับไปทั้งอย่างนี้แหละ” เมื่อมองดูเสี่ยวเย่กำลังลังเลอยู่ตรงนั้น เฉินเฟิงจึงอุ้มเธอเดินก้าวไปข้างหน้าหลายก้าว เพื่อต้องการที่จะบังคับให้เธอยอมจำนน
“ไม่เอาค่ะ” เสี่ยวเย่พึมพำ: “คุณวางฉันลงเถอะนะคะ”
“อย่างนั้นคุณจะยกโทษให้ผมหรือเปล่า?หากผมวางคุณลง คุณจะต้องยกโทษให้ผม”
ตอนนี้ใบหน้าของเสี่ยวเย่นั้นแดงจนกลายเป็นลูกแอปเปิลไปแล้ว และเมื่อเฉินเฟิงกล่าวถามย้ำอีกครั้ง เธอจึงได้เพียงแค่ยอมจำนนเท่านั้น
“คุณวางฉันลงก่อนแล้วค่อยว่ากัน” เสี่ยวเย่พูดด้วยเสียงเบาๆ
“แต่ผมกลัวว่าคุณจะเปลี่ยนใจ”
“ฉันยกโทษให้คุณก็สิ้นเรื่องแล้ว คุณรีบวางฉันลงได้เถอะค่ะ มีคนมองมาเยอะมากแล้ว ”
เฉินเฟิงเหลียวหันไปมองรอบๆ ก็เห็นว่ากำลังมีสายตาจับจ้องมาที่พวกเขาอยู่จริงๆ
“พวกเขาอยากมองก็ให้พวกเขามองไป ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องน่าอายอ