กเล็กในวันนั้นจะโตขนาดนี้แล้ว ”
โจวจื่อเอ๋อที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยายามปั้นรอยยิ้มออกมา: “เป็นเพราะว่าคุณลุงงานยุ่งเกินไป ถึงจำอายุของจื่อเอ๋อไม่ได้ ”
โจวสุนพยักหน้า: “ก็จริงอยู่ที่งานยุ่งไปบ้าง เพราะหลายปีมานี้ตระกูลโจวของเราต้องคอยต่อสู้ดิ้นรนมาโดยตลอด แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องชื่นชมในความสามารถของจื่อเอ๋อ ถึงได้ทำให้ตระกูลโจวของเราสามารถฟื้นฟูกิจการใหญ่ขึ้นมาได้แบบนี้”
“จื่อเอ๋อไม่กล้ารับคำชมหรอกค่ะ ทุกอย่างเป็นเพราะว่าคนตระกูลโจวนั้นสามัคคีกันจึงทำให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากนั้นมาได้”
โจวสุนมองไปยังหลานสาวที่แสนเชื่อฟังว่าง่ายคนนี้ ในใจก็พลันคิดขึ้นมาว่าทำไม หลานสาวคนนี้ถึงไม่เป็นผู้ชายกันนะ ถ้าหากลูกชายของเขาที่ตายไปคนนั้นมีความสามารถและฉลาดหลักแหลมได้สักครึ่งหนึ่งของเธอ เขาก็คงจะพอใจมากแล้ว
แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกอย่างนั้นไม่มีคำว่าถ้าหาก และตัวเขาเองก็รู้ดีว่าจื่อเอ๋อกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ว่าอย่างไรเสียหญิงสาวก็ต้องแต่งงานออกเรือน แล้วหลังจากที่แต่งงานไป ตอนนั้นการจะบอกว่าเธอยังเป็นคนตระกูลโจวนั้นคงจะเป็นเรื่องยากที่จะบอกให้ชัดเจนแล้ว
เขาคิดไปคิดมาพลันพูดว่า: “สัปดาห์นี้คุณชายสองของตระกูลไป๋ก็จะเดินทางมาที่นี่ด้วย จื่อเอ๋อจะไปพบเขาสักหน่อยไหม”
โจวสุนไม่ได้พูดดักทางอะไร เขารู้ว่าโจวจื่อเอ๋อไม่ต้องการที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางนี้ถึงได้พยายามขนาดนี้ และเขาคิดว่าหากโจวจื่อเอ๋อไม่ยินย