ม่บอกว่านั่นเป็นของน้องสาว แม้แต่จะแตะยังไม่ได้เลย เพราะกลัวว่าฉันจะทำมันเสีย”
ท่าทางของเสี่ยวเย่นั้นดูเหมือนจะอยากได้มากๆ แม้กระทั่งในตอนที่เธอพูดออกมาแววตาก็แฝงไปด้วยความขุ่นมัว
เฉินเฟิงที่เห็นอย่างนั้นจึงเผลอพูดออกมา: “อย่างนั้นรอถึงวันเกิดคุณแล้ว ผมจะให้อันหนึ่งแล้วกัน ”
แต่เสี่ยวเย่กลับสะบัดมือปฏิเสธ: “ไม่เอาค่ะ ฉันไม่สามารถรับของขวัญจากคนอื่นตามอำเภอใจได้”
“คุณอยากได้ไม่ใช่หรอ?ทำไมถึงไม่เอาล่ะ?” เฉินเฟิงถามกลับด้วยความแปลกใจ
เสี่ยวเย่จึงตอบกลับอย่างจริงจังว่า: “คุณชายเฉินมอบของขวัญให้ฉันแล้ว อย่างนั้นฉันเองก็ต้องมอบของขวัญให้กับคุณชายเฉินด้วย แต่ว่าฉันยากจนขนาดนี้ ของขวัญที่ฉันจะมอบให้ได้คงจะดีไม่เท่ากับสิ่งที่คุณชายเฉินเคยมอบให้ฉันหรอกนะคะ ”
เฉินเฟิงหัวเราะขึ้นมา: “ผมไม่ได้จะให้คุณมอบของขวัญให้ผมหรอกนะ คุณวางใจได้เลย”
แต่เสี่ยวเย่กลับยิ่งไม่มีความสุข เธอส่ายหน้าพลางตอบกลับอีกครั้ง: “ให้ทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ การมอบของขวัญระหว่างเพื่อนนั้นถือเป็นเรื่องที่ควรแลกเปลี่ยนกัน แบบนี้ถึงจะทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ไม่อย่างนั้นมิตรภาพระหว่างทั้งสองก็ไม่อาจจะอยู่ยาวนาน คุณแม่เคยบอกฉันเอาไว้แบบนี้ค่ะ ”
เสี่ยวเย่จ้องไปยังเฉินเฟิงอย่างจริงจัง ในขณะที่เฉินเฟิงเองก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้หากเธอดื้อรั้นขึ้นมา ต่อให้เอาวัวมาลากก็ลากเธอกลับมาไม่ได้
“งั้นเอาอย่างนี้ดีกว่า ของที่ผมมอบใ