ห้คุณจะเป็นของที่ราคาไม่แพงมาก จากนั้นในตอนที่คุณจะมอบของขวัญให้ผมก็เอาสิ่งของในราคาที่ไม่ต่างกันแลกคืนมาก็พอ แบบนี้คุณจะได้ไม่ต้องกังวลใจอีก คุณว่ายังไง ”
เสี่ยวเย่ที่ได้ยินจึงไตร่ตรองอย่างจริงจังอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดออกมาอย่างช้าๆ : “ทำแบบนี้เหมือนจะได้นะคะ”
เฉินเฟิงยิ้มออกมาพลันมองไปยังหญิงสาวผู้ไร้เดียงสาคนนี้ เพราะเขานั้นสามารถที่จะซื้อหยกดีๆ อันหนึ่งมาให้เธอ จากนั้นค่อยบอกกับเสี่ยวเย่ว่าตัวเองซื้อมาจากข้างทางแทน เพราะอย่างไรเสียเสี่ยวเย่ก็ดูไม่ออกอยู่ดี
“ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ อีกสักครู่คุณต้องลงเขาไปซื้อหยกกับผม เพราะผมอยากจะมอบของขวัญที่มีความหมายให้กับตระกูลโจว ”
ในตอนนั้น ณ ตระกูลโจว
ในห้องหนังสือขนาดใหญ่ มีชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานซึ่งก็คือผู้นำครอบครัวตระกูลโจวอย่างโจวสุน เขาเป็นชายอายุราวๆ สี่สิบปี มีใบหน้าที่แน่วแน่ทรงพลัง ทรงคิ้วหนายาว ดวงตาเรียวคม ดูสง่าผ่าเผยแม้จะไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ ออกมา
ขณะที่ทั้งทางด้านซ้ายและขวาทั้งสองด้านมีคนกำลังนั่งอยู่ด้วย ซึ่งพวกเขาที่นั่งอยู่ในนี้ล้วนเป็นสมาชิกที่มีอำนาจสูงสุดในตระกูลโจว
โจวสุนพูดขึ้น: “พวกคุณคิดว่าการต่อกรกับหมาป่าทะเลทรายครั้งนี้มีโอกาสมากขนาดไหน ”
ชายคนหนึ่งในนั้นที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับโจวสุนเอ่ยปากตอบ: “ในเมื่อเป็นตระกูลไป๋ที่เป็นฝ่ายเริ่มพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ผมคิดว่าน่าจะลองดูสักตั้ง ต่อให้แพ้อย่างน้อยพวก