เราก็สามารถลอกหนังของหมาป่าทะเลทรายออกมาได้ชั้นหนึ่ง ”
แต่กลับมีคนกล่าวแย้งในทันที: “โจวฟ่าง คุณพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก”
โจวฟ่างหันไปเหลียวชายชราสูงอายุที่นั่งอยู่ตรงข้าม พร้อมถามกลับอย่างไม่เกรงใจ : “มีอะไรไม่ถูกงั้นหรอครับ ในเมื่อหมาป่าทะเลทรายก็เป็นศัตรูของพวกเรามาโดยตลอด การได้แว้งกัดพวกเขากลับสักครั้งก็นับเป็นความฝันที่ที่ทำให้ผมสามารถยิ้มตื่นขึ้นมาได้ ”
น้ำเสียงของชายคนนั้นดูน่าเกรงขามอย่างเห็นได้ชัด เขาตอบกลับอย่างเคร่งขรึม : “ถ้าหากคุณมีความคิดแบบนี้ ไม่ช้าไม่นานคุณจะทำลายตระกูลโจวของเรา ”
และชายอีกคนที่นั่งข้างๆ ซึ่งดูอายุน้อยกว่าโจวฟ่างก็พูดขึ้นมา : “ลุงสาม ผมคิดว่าที่พี่สี่พูดนั้นก็ไม่ผิดนะครับ หรือจะบอกว่าลุงสามลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อนไปแล้ว ?”
ลุงสามอุทานด้วยความไม่พอใจออกมา: “ฉันไม่ลืมอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้กับตอนนั้นมันไม่เหมือนกัน ”
“ทำไมจะไม่เหมือนกันล่ะครับ ขอเพียงพวกเรายังจำความแค้นนั้นได้ฝังใจ การที่จะให้หมาป่าทะเลทรายกระอักเลือดออกมาก็ย่อมเป็นเรื่องที่สามารถทำได้อยู่แล้ว เพราะเดิมทีตระกูลโจวของเราควรจะหมดสิ้นไปแล้ว ” โจวฟ่างตะเบ็งเสียงดัง
แต่เพราะลุงสามคงจะคิดว่าโจวฟ่างกำลังทำตัวไร้เหตุผล ดังนั้นจึงทำเป็นไม่สนใจเขาเลย พลางหันไปพูดกับโจวสุน : “ผู้นำ ถึงแม้ว่าจะร่วมมือกับตระกูลไป๋ในการต่อกรกับหมาป่าทะเลทราย แต่ผมคิดว่ายังไงเสียพวกเราก็จำเป็นต้องคิดวางแผนให้รอ