บคอบเสียก่อน ไม่ควรที่จะบุ่มบ่าม สามปีมานี้กว่าพวกเราจะค่อยๆ ฟื้นตัวขึ้นมาได้นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะให้ทุกอย่างสูญเปล่าไม่ได้”
โจวสุนหันไปมองโจวฟ่าง ก่อนจะพูดกับลุงสามอย่างนิ่งสงบ: “ลุงสาม ผมเข้าใจความหมายของคุณดี”
โจวฟ่างที่ได้ยินก็รีบร้อนพูดขัดขึ้นมา: “ผู้นำ นี่ถือเป็นโอกาสครั้งใหญ่เลยทีเดียว ถ้าหากให้เพิ่งแค่ตระกูลโจวของเราเอง แบบนั้นเมื่อไหร่พวกเราถึงจะสามารถแก้แค้นได้ล่ะ นี่ผู้นำลืมคนในตระกูลของเราที่ตายไปเมื่อสามปีก่อนแล้วงั้นหรอ ?”
ลุงสามกระแทกเสียงขึ้นมา: “โจวฟ่างระวังฐานะของตัวเองด้วย คุณกล้าพูดแบบนี้กับผู้นำได้อย่างไร ”
โจวฟ่างเหลียวมองลุงสามอย่างไม่พอใจ จนความโมโหแทบจะทะลุออกมาจากดวงตาคู่นั้น
และในตอนนั้นเองโจวสุนก็หันไปมองยังหญิงสาวที่นั่งตรงริมสุดซึ่งไม่ได้พูดอะไรเลย : “จื่อเอ๋อ เธอมีความคิดอะไรบ้าง ?”
ทางด้านหญิงสาวที่มีชื่อว่าจื่อเอ๋อนั้นเธอเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดที่นั่งอยู่ในนี้ ซึ่งอายุราวๆ ยี่สิบต้นๆ เธอมีดวงตาที่สุกใสฟันที่ขาวสวย สง่างามและชวนมอง หากดูเพียงแค่ภายนอกเธอนับว่าเป็นสาวงามคนหนึ่งเลยทีเดียว แต่การที่เธอสามารถมานั่งอยู่ตรงนี้ได้ คิดแล้วคงจะไม่ใช่แค่เพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกแน่นอน
เธอขยับปากพูดอย่างช้าๆ : “ที่คุณปู่สามพูดก็มีเหตุผลค่ะ ในเมื่อต้องการที่จะแก้แค้น อย่างนั้นพวกเราก็ควรจะมีการเตรียมตัวที่ดี อีกอย่างที่จื่อเอ๋อคิดนั้นก็คือในเมื่อเราจะลงมือแ