คืองทันที: “คุณชายเฉิน คุณทำแบบนี้ได้ยังไงคะ ชมคนอื่นแล้วจะกลับคำได้ยังไงคะ คุณทำแล้วจะไม่ยอมรับงั้นหรอคะ?”
หลังจากนั้นภายในหุบเขา เฉินเฟิงใช้เวลาครุ่นคิดอยู่สามวัน เพราะเป็นความจริงที่เขานั้นมีความรู้สึกขัดแย้งกับหมาป่าทะเลทราย แต่การจะให้ลงมือต่อกรก็นับว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ดังนั้นจึงทำให้เกิดความลังเลไม่น้อย
หลังจากที่สามวันสิ้นสุดลง เขาก็คิดว่ายังไงก็ยังต้องให้คำตอบแก่ตระกูลไป๋ และไม่ว่าจะเป็นคำตอบตกลงหรือปฏิเสธ ยังไงก็บอกกล่าวให้พวกเขาได้รู้
จากนั้นเขาจึงให้ชายคนนั้นพาตัวเองไปส่งยังบ้านตระกูลไป๋ ซึ่งในตอนนั้นก็ได้มีคนมารอรับเขาอยู่แล้ว
แต่ไม่ได้มีใครมากมายนัก เพราะนอกจากไป๋จิ้งเฟิงสองพ่อลูก ก็มีเพียงชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งเท่านั้น ซึ่งดูแล้วเขาน่าจะเป็นคนที่ตระกูลไป๋ให้ความไว้วางใจ
“คุณชายเฉิน คุณน่าจะแค่ส่งข่าวให้กับพวกเราก็พอ พวกเราจะได้เดินทางไปหาคุณบนเขาเอง ” เมื่อเจอหน้าไป๋จิ้งเฟิงก็พูดขึ้นมาอย่างเกรงใจ
เฉินเฟิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยกมือขึ้นมาสะบัด: “ไม่ต้องวุ่นวายอะไรหรอกครับ คุณอายุเยอะขนาดนี้แล้ว ถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ผมคงจะรับผิดชอบไม่ไหว ”
ไป๋จิ้งเฟิงยิ้มตอบ: “อย่างนั้นก็ขอบคุณคุณชายเฉินที่เห็นใจคนอายุเยอะอย่างผม”
จากนั้นพวกเขาจึงต้อนรับเฉินเฟิงเข้าไปด้านใน ด้านในตัวบ้านมีสไตล์การตกแต่งที่เหมาะสมกับเป็นตระกูลใหญ่หนึ่งเลยทีเดียว ทั้งงานเขียนพู่กันและภาพวาดโบราณต่างๆ